นายสรรเสริญ สมะละภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย โดยการหารือในครั้งนี้ ไทยและอินโดนีเซียจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19

โดยไทยได้ขอให้อินโดนีเซียช่วยอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตการนำเข้าผลไม้จากไทย โดยเฉพาะลำไย ซึ่งเป็นผลไม้ส่งออกสำคัญของไทย เนื่องจากผู้นำเข้าผลไม้ไทยในอินโดนีเซียเห็นว่ากระบวนการออกใบอนุญาตยังคงมีความล่าช้า และมีผู้นำเข้าเพียงไม่กี่รายที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งอินโดนีเซียรับจะติดตามปัญหานี้ พร้อมทั้งเสนอให้ใช้เวทีความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่ เป็นกลไกหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ อินโดนีเซียได้แจ้งว่า ได้ขยายระยะเวลาการผ่อนปรนข้อจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรและวัตถุดิบต่างๆ อาทิ การยกเลิกใบอนุญาตนำเข้าสำหรับกระเทียมและหอมหัวใหญ่ ที่อินโดนีเซียประกาศบังคับใช้เป็นการชั่วคราวในช่วงการระบาดของโควิด-19 ไปอย่างไม่มีกำหนด ยกเลิกจากเดิมที่จะสิ้นสุดมาตรการในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนให้กับสินค้าเกษตรจากไทย รวมทั้งผู้ประกอบการในอินโดนีเซียเอง และยังสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือเรื่องการค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบการค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยไทยได้นำเสนอช่องทาง www.thaitrade.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กระทรวงพาณิชย์พัฒนาขึ้น โดยรวบรวมสินค้าจากผู้ส่งออกไทยที่มีคุณภาพสูงกว่า 10,000 ราย

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ และเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก โดยในปี 2562 ไทยและอินโดนีเซียมีมูลค่าการค้ารวม 16,330 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอินโดนีเซียมูลค่า 9,098 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากอินโดนีเซียมูลค่า 7,232 ล้านเหรียญสหรัฐ