หลังจากที่นายพชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุตรชายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวขอคัดค้านการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาของพรรคเพื่อไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 

ทางด้านนายไชยา พรหมา อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย อดีตประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวที่สังคมกำลังให้ความสนใจกับผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในขณะนี้นั้น นายไชยา ระบุว่า ในสถานการณ์การเมืองในขณะนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรคและมีบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบในนโยบายสำคัญๆของพรรคไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากมาย

นายไชยา ระบุเพิ่มว่า หากเรามองย้อนไปในอดีตท่านเคยทำหน้าที่ในกระทรวงสำคัญมาหลายกระทรวง เช่นเป็นผู้ผลักดันโครงการ 30บาทรักษาทุกโรคให้ประสพความสำเร็จ โครงการปฏิรูปการเกษตร ซึ่งทุกโครงการล้วนส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยขน์สูงสุดจากนโยบายของพรรค ดังนั้น ในมิติทางการเมือง ถือได้ว่าท่านเป็นบุคคลากรที่มากด้วยประสบการณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสม

“ในส่วนตัวของกระผมเห็นว่า ท่านเป็นผู้มีความเหมาะที่จะนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเมืองในมิติใหม่ ที่สร้างสรรค์จรรโลงระบอบประชาธิปไตย และรักษาไว้ซึ่งสถาบันอันสูงสุด ตลอดจนสร้างปรองดองและสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และเท่าที่ได้คุยกับส.ส.อีสานหลายคน เราเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ขณะนี้อย่างยิ่ง”นายไชยา ระบุ

ในขณะเดียวกัน นายสุรชาติ  เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนรุ่นใหม่ของพรรค  กล่าวถึงประเด็นกระแสข่าวที่สังคมให้ความสนใจกับผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งนั้น ในความเห็นส่วนตัวคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เนื่องจากเคยมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับคุณหญิงสุดารัตน์ อย่างโครงการหมู่บ้านศีล 5 ซึ่งมีคอนเซ็ปในการลดละเลิกอบายมุข โดยมีเป้าหมายในการสร้างอาชีพเพื่อให้เกษตรกรหายจากความยากจน ซึ่งต้องปฏิรูปโครงสร้างการเกษตรคือ ต้องการให้เกษตรกรช่วยเหลือตัวเองได้  นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการในเรื่องของการผลิต การเพิ่มมูลค่า และการนำออกมาทำการตลาดช่วยชาวนาอีกด้วย

“ท่านมีไอเดียที่จะตั้งกองทุน Next AGRI คือ กองทุนที่จะนำเด็กรุ่นใหม่ไปจับคู่กับเกษตรกรที่ผลิตสินค้า และมูลนิธิก็จะช่วยสนับสนุนเงินทุนในลักษณะของการระดมทุนจากบริษัทต่างๆ โดยให้มีเจ้าภาพเป็นคนรุ่นใหม่ให้เป็นธุรกิจของเขา โดยได้ไปเปิดตลาดที่จีน ญี่ปุ่น แล้วซึ่งท่านมองว่าประเทศไทยควรจะเป็นแหล่งผลิตอาหารคุณภาพไปขายทั่วโลก แต่ถ้าให้เกษตรกรไปทำร่วมกับระบบราชการนั้นเป็นไปได้ยาก จึงคิดว่าจะต้องเป็นเด็กรุ่นใหม่ ช่วยออกแบบ วางแผนการตลาด ทำให้คนตัวเล็กแข็งแรงได้ ประเทศไทยจะมีคนตัวเล็กแต่แข็งแรงเกิดขึ้นอย่างมาก เราจะสามารถสร้างโอกาสในการตักตวงรายได้จากต่างประเทศ จากประชากรของโลกที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพในปัจจุบันที่จะต้องมาซื้อสินค้าจากประเทศไทย”

นายสุรชาติ กล่าวเพิ่มว่าว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในพลังและความสามารถของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมาก็เคยกล่าวไว้ว่า ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่าเยอะ เพราะมีโอกาสเรียนรู้เยอะ แต่ก่อนนี้อยากรู้เรื่องอะไรต้องไปหาครู ซึ่งสมัยนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็สามารถค้นหาได้ในกูเกิล ซึ่งคนรุ่นใหม่พวกเขารู้โลก และเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็ว คนรุ่นเก่าบางทีก็ตามไม่ทันแล้ว ทั้งไอเดีย ทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยี ท่านยอมรับและเชื่อในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ซึ่งอนาคตของประเทศ ควรปล่อยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำร่วมกับคนรุ่นเก่าที่ต้องคอยประคับประคอง และคอยช่วยเหลือในเรื่องของประสบการณ์