พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพิจารณาต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน ว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งตอนนี้ยังมีความจำเป็น ในการควบคุมสถานการณ์ ต้องยอมรับว่าที่ประเทศไทยมีความปลอดภัยจนถึงวันนี้ได้ ก็มาจากการมี พรก.ฉุกเฉิน แต่ก็จะพยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด ซึ่งการจะต่อหรือไม่ต่อ พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเองเพียงคนเดียว ต้องหารือร่วมกันระหว่างคณะทำงาน และวันนี้สถานการณ์ยังไม่จบ ทั่วโลกยังมีการแพร่ระบาดจนจํานวนผู้ติดเชื้อเกือบ 10 ล้านคน ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้กฎหมายมากดดันไทย หลายคนมองว่า เป็นเรื่องของการเมือง แต่ความจริงแล้วเป็นคนละเรื่องกัน ทำไมจะต้องมาเคลื่อนไหว ตอนที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหา การค้าการลงทุน และเศรษฐกิจ กำลังมีปัญหา พร้อมถามว่า ใช่เวลาที่จะมาขัดแย้งกันหรือไม่ “ขอให้คิดดูนี่แหละไทยรักษาชาติ เข้าใจไหม” จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้หัวเราะ และยอมรับว่าพูดผิด เป็นชื่อของพรรคการเมืองที่โดนยุบไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้วต้องเป็นรวมไทยสร้างชาติ และได้ท่อง 2-3 ครั้ง พร้อมขอร้องสื่ออย่าถือสา เพราะวันหนึ่งต้องคิดหลายเรื่อง

นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำภารกิจรวมไทยสร้างชาติว่าต้องการรวมทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน แต่กลุ่มใดที่ทำผิดกฎหมาย จะต้องเข้าสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายและรับโทษให้เสร็จสิ้นก่อน ไม่ใช่ไม่ต้องรับโทษ ต่อไปคนก็ไม่เกรงกลัวกฎหมายจะมาอ้างเหตุผลอื่นก็ไม่เหมาะ ทั้งนี้ ตนเองไม่ได้มีปัญหากับใคร ข้ออย่าจุดประเด็นที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง จะยกเลิกกฎหมายทุกฉบับเพื่อประชาธิปไตยอย่างเดียวเหรอ ประชาธิปไตยก็ต้องมีกฎหมาย เพื่อความเท่าเทียมของทุกคน จจะเลือกลงโทษแค่บางคนเป็นไปไม่ได้ ตนก็เคารพกฎหมายเหมือนกับทุกคนระมัดระวังตัวเอง ว่า จะทำผิดกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่มองการเมืองเพียงอย่างเดียว

 

นายกฯขอทุกฝ่ายอย่าสร้างความขัดแย้ง เคารพกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า วันนี้รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ประชาชน ไว้วางใจมาตลอด เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย และมาจาก ส.ส มีรัฐมนตรีที่มาจาก ส.ส. และมีรัฐมนตรีที่เหมาะสม ซึ่งนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องมีในส่วนตรงนี้ พร้อมกล่าวว่าไม่อยากให้เอาการเมืองมาพันกันทั้งหมด เพราะหากบ้านเมืองเสียหายแล้วใครจะรับผิดชอบ และหากต่างประเทศ เชื่อไปด้วยยิ่งไปกันใหญ่

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า วันนี้ ขออย่างเดียวว่าอย่าสร้างความขัดแย้งในเรื่องที่ไม่สมควร ขอให้เคารพกฎหมาย เพราะกฎหมายทำให้สังคมสงบสุข พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่เคยอยากใช้กฎหมายทำร้ายใคร หรือลงโทษใคร ถ้าไม่ทำผิดกฏหมาย เพราะทุกคนล้วนเป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน แต่หากกระทำผิดกฎหมาย ตนเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร พร้อมติงว่าบางอย่างถูกนำไปเขียนเหมือนนิยาย บางคนนำไปพูด ไม่รู้จบ ทำให้ปัญหาไม่จบ

 

นายกฯ เห็นใจกิจการต่างๆที่ขออนุญาตเปิด ย้ำขณะนี้ยังกลับมาเปิด 100% ไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้สนใจสถานการณ์ในประเทศอย่างเดียวไม่พอ แม้ในประเทศจะไม่มีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง 29 วันแล้ว แต่ต้องดูสถานการณ์ในต่างประเทศด้วย เพราะผู้ติดเชื้อบางคนไม่ได้แสดงอาการ ส่วนใหญ่ที่พบเชื้อก็อยู่เกือบ 14 วัน เพราะฉะนั้นยังคงต้องตรวจสอบคัดกรองด้วยความเข้มงวด ไม่เช่นนั้นเชื้อโรคอาจจะกลับมาอีก เหมือนหลายประเทศก็กลับมาระบาดซ้ำ ซึ่งเกิดจากการเปิดผระเทศ และเปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆที่มีความเสี่ยงสูง

ดังนั้น หากอยากกลับมาทำงาน อยากมีอาชีพ ก็ต้องป้องกันตัวเอง ส่วนสถานประกอบการต่างๆ ที่ขออนุญาตเปิด เข้ามา ตนเองก็เห็นใจ แต่ต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติมจากมาตรการของรัฐ แบบ New normal เช่น นีกดนตรีอาจต้องมีฉากกั้น พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังกลับมาเปิดทั้งหมด 100% ไม่ได้ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยการท่องเที่ยวภายในประมาณอาจจะทำได้ก่อน แต่การที่จะเปิดให้ต่างประเทศเข้ามานั้นต้องดูตามความเหมาะสมของห้วงเวลา

นอกจากนี้ ยังย้ำนโยบายการทำงานของรัฐบาลซึ่งวันนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยอาจจะแบ่งเป็นทำงานที่บ้าน 30% และสถานประกอบการ 70%