เมื่อวานนี้ (10 มี.ค) พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผกก.ฝอ.บก.ปทส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘Dirutdevan Mangalavach‘ กล่าวต่อในตอนที่ 2 ถึงประเด็นการดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี และกระแสสังคมที่มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กล่าวต่อในตอนที่ ว่า สัตว์ป่าที่กฎหมายดูแลคุ้มครอง “เสือดำ” อยู่ดีๆ ไม่ใช่จะได้รับการคุ้มครอง ก็เหมือนสัตว์ป่าอื่นๆ ไม่ใช่ทุกชนิดจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มันมีรายละเอียดย่อยอีกเล็กน้อยที่จะเล่าสู่กันฟังต่อไป ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มีกฎหมายชื่อเดียวกัน แต่เป็น พ.ศ.2503 ซึ่งฉบับปี 2535 ออกมายกเลิกฉบับเดิมโดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสัตว์ป่าตามอนุสัญญาไซเตส เพราะเราเป็นสมาชิกเขาแต่กฎหมายเรากลับไม่มีบทคุ้มครอง เราจึงถูกกดดัน สัตว์ป่า ที่มีมาตรการคุ้มครองดูแลภายใต้กฎหมายสัตว์่ป่า อาจจะแบ่งง่ายๆ เป็น 3 กลุ่ม คือ สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง
สัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่ง 2 กลุ่มแรก มีนิยามกำหนดไว้ตามมาตรา 4 ส่วนกลุ่มหลัง ไม่มีนิยาม แต่กล่าวถึงไว้ในมาตรา 23

พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กล่าวว่า “สัตว์ป่าสงวน” หมายความว่า สัตว์ป่าที่หายากตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และตามที่จะกำหนดโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา สัตว์ป่าสงวน เป็นชนิดที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์​ บางชนิดสูญพันธุ์​ไปแล้ว และมีกำหนดแค่ 15 ชนิด ซึ่งถ้าเราอ่านข่าวปัจจุบัน สื่อมักจะเรียกผิดบ่อยๆ เช่น “ตำรวจจับหนุ่มค้าสัตว์สงวน… บลา บลา บลา” ซึ่งจริงๆ แล้ว สัตว์ป่าสงวนตามบัญชีท้ายกฎหมาย มีแค่ 15 ชนิด เช่น กระซู่ ละมั่ง พะยูน ฯลฯ ใครสนใจก็ไปดูบัญชีท้ายกฎหมาย หรือจะเข้าไปดูที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ ก็ได้ นอกจากบัญชีท้ายกฎหมายแล้ว ยังสามารถประกาศเพิ่มเติมได้โดยตราเป็น พระราชกฤษฎีกา ซึ่งจนถึงปัจจุบัน​มีเพียงร่างเสนอเพิ่มเติมสัตว์ป่าสงวน 4 ชนิด คือ วาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และ เต่ามะเฟือง แต่เห็นว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณา เพราะฉะนั้น ฝากไปยังสื่อหรือใครๆ ก็แล้วแต่ เวลาพูดถึงสัตว์ป่าสงวน ก็เช็คซะหน่อยก่อนนะครับ

พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กล่าวเพิ่มว่า “สัตว์ป่าคุ้มครอง” หมายความว่า สัตว์ป่าตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครอง ก็คือสัตว์ป่าที่ทางราชการเห็นว่าไม่ถึงกับใกล้สูญพันธุ์​แต่ควรคุ้มครองดูแล โดยจะออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งฉบับหลัก คือ กฎกระทรวง กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ประกอบด้วยสัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 201 ชนิด นก 952 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 91 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 12 ชนิด แมลง 20 ชนิด ปลา 14 ชนิด และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ 12 ชนิด  เสือดำ ที่กำลังดังก็อยู่ขณะนี้ ก็เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวง ปี 2546 นี้ โดยเป็นจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ซึ่งกำหนดไว้ว่า “เสือดาว หรือ เสือดำ (Panthera pardus)” จะไม่อธิบายเพิ่มเติมว่าเสือดาวกับเสือดำ ก็คือชนิดเดียวกันนั่นเอง เพราะมีคนอธิบายไว้น่าจะเยอะแล้วตอนเป็นข่าวใหม่ๆ ที่อยากจะเล่าก็คือ ถ้าสังเกตบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จะเห็นภาษาอังกฤษในวงเล็บต่อท้าย ซึ่งก็คือชื่อวิทยาศาสตร์ ใครที่เคยเรียนชีววิทยา ก็คงรู้ว่ามีการแบ่งอาณาจักรพืชและสัตว์เป็นลำดับๆ เช่น ไฟลัม จนลงมาถึงสปีชีส์​และซับสปีชีส์

พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กล่าวถึงท้ายว่า ที่ต้องกำหนดชื่อวิทยาศาสตร์กำกับไว้ เพราะแต่ละท้องถิ่นอาจจะเรียกสัตว์ชนิดนั้นๆ ต่างกัน เช่น ตัวนิ่ม บางที่เรียกว่าลิ่น เป็นต้น จึงต้องกำกับไว้เพื่อความชัดเจน เห็นมั้ยครับว่าไม่ใช่สัตว์ป่าทุกชนิดที่กฎหมายสัตว์ป่าดูแลคุ้มครอง สัตว์ป่าคุ้มครอง บางชนิดก็มีคนนิยมเลี้ยง ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย เช่น นกปรอดหัวจุก นาก นางอาย ฯลฯ บางชนิดก็ถูกนำมาปล่อยทำบุญ เช่น นกกระติ๊ด เต่านา เต่าดำ ซึ่งก็ผิดกฎหมายอีกเช่นกัน แต่พอเจ้าหน้าที่จับกุมก็มักจะมีเสียงโอดครวญ บางทีก็เข้ามารุมด่าในเว็บไซต์​เฟสบุ๊คของหน่วยงานที่จับ

“จึงอยากจะฝากไว้ก่อนจบตอนนี้ว่า อย่าเพียงแต่ตามกระแสคดีเสือดำ ยังมีสัตว์ป่าที่กฎหมายคุ้มครองอีกจำนวนมาก ถูกละเมิดถูกกระทำ​อย่างผิดกฎหมาย” พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ กล่าว

 

Panther