แก๊งเพื่อนสนิท’นัทปง’​ถูกตำรวจเค้นสอบปากคำ– “ไอซ์ สารวัตร” โผล่แจงปมกุญแจ–ซองไซยาไนด์

834

“ต้น” เดินหน้าพบตำรวจสีหน้าเครียด ขณะ “บิ๊ก” ถูกเรียกสอบเข้มต่อหน้า ผบช.ภ.1 ด้าน “ไอซ์ สารวัตร” ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เข้าพบตามหมายเรียก ยืนยันเป็นเพียงตัวกลาง ไม่ได้ลืมกุญแจบ้าน “นัทปง” พร้อมเปิดใจประเด็นซองไซยาไนด์หาย วอนให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 7 ธ.ค.68 ที่สภ.บางกรวย นายต้น ได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ซึ่งขณะที่นายต้นเดินเข้าไปสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว นายบิ๊ก ที่ห้องสอบปากคำ เข้าไปพบพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกรวย ที่อยู่ในห้องประชุมเพื่อสอบปากคำต่อ

ต่อข่าว ไอซ์ สารวัตร เข้าพบตำรวจสอบปากคำเพิ่ม เผยเป็นเพียงตัวกลาง ปัดลืมกุญแจบ้าน “นัทปง” ที่จ.เชียงรายหลังจากที่ น.ส.โอ , น.ส.ออ นายบิ๊ก และนายต้น เข้ามาสอบปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางกรวย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง แต่ยังไม่มีใครให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน และอ้างว่าขอให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ธ.ค.68 ที่สภ.บางกรวย นายสารวัตร กิจพานิช หรือไอซ์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 8 เดินทางเข้ามาพบ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อสอบปากคำ โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอติดตามความคืบหน้าของคดี

นายสารวัตร หรือไอซ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก เรื่องของโทรศัพท์มือถือที่ครอบครัวได้มอบหมายให้ ตนยอมรับว่ามีการเปิดดูบ้างแต่ไม่ทราบข้อมูลการเสียชีวิต รายละเอียดอื่นๆขอเข้าไปพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ซึ่งโทรศัพท์มือถือถือเป็นเรื่องส่วนตัวและทางครอบครัวได้ไว้ใจให้ตนเป็นผู้นำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีญาตินำออกจากบ้านมามอบให้

ตนอยากพูดถึงกรณีเรื่องการค้นบ้าน และมีข่าวว่าตนไม่นำกุญแจบ้านมาให้ กุญแจบ้านอยู่จ.เชียงราย ตนไม่แน่ใจว่าการสื่อสารเกิดอะไรขึ้นและไม่อยากโทษใคร ตนมีการนัดหมายกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วในฐานะคนกลางประสานกับญาติ โดยครอบครัวไม่ได้ติดปัญหาอะไรเพียงแต่ยังไม่เสร็จจากงานศพของพี่นัท และมีการนัดหมายวันกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว สุดท้ายเวลาไม่ตรงกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากเข้าไปเปิดบ้านดูในวันนี้ ตั้งแต่พี่นัทเสียชีวิตตนไม่เคยถือกุญแจบ้าน ส่งคืนให้ใคร หรือลืมหยิบมาจากจ.เชียงราย ญาติได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขอเลื่อนวันเข้าตรวจบ้านแล้ว และตนได้คุยกับพี่วันชัย ซึ่งเป็นนักข่าวของจังหวัดนนทบุรี ว่าเดี๋ยวคงต้องมีข่าวออกเรื่องว่าตนลืมเอากุญแจบ้านมา

ตนมองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะเข้าไปตรวจค้นบ้านตั้งแต่วันแรกโดยไม่จำเป็นต้องขอหมายค้น พยานทุกคนพร้อมเข้ามาให้ข้อมูลอยู่แล้ว พอมีข่าวออกว่ามีหมายเรียกทางครอบครัวก็ค่อนข้างตกใจ และตนได้มีการนัดหมายเข้ามาอยู่แล้ว

ตนรู้จักผู้หญิง 2 คน เพราะเป็นเพื่อนร่วมงาน และตนเคยเห็นคนชื่อต้น แต่คนชื่อบิ๊กไม่เคยเจอ หรือรู้จัก ส่วนตัวพี่นัทมีสังคมของตัวเองหลายกลุ่ม อย่างพวกเราก็เป็นกลุ่มเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเท่าไหร่ ตอนแรกที่รับแจ้งเหตุเรื่องการกินยาเสียชีวิต ตนไม่แน่ใจว่าสาเหตุเพราะอะไร หากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งแบบนั้นจริงควรเข้าไปตรวจเลยมั้ย รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปแต่ไม่ทราบว่าเข้าไปทำอะไร

จริงๆไม่ได้มีใครเข้าไปพบซองยาไซยาไนด์ แต่มันเกิดจากการที่เราสงสัยและเราไม่ปล่อยผ่าน มีคนพูดถึงและเอามาให้ดู เราไม่อยากให้มีการตีความไปต่างๆและกระทบกับคนตายเพราะเป็นพี่เรา รวมถึงครอบครัว จึงทำให้เราลำบากใจในการให้ข้อมูล

จนไม่อยากจะพุ่งเป้าไปที่ไหนเพราะกลัวว่าคนจะตีความไปและมีผลกระทบกับครอบครัวของพี่นัท ด้วยความที่ตนมีความสนิทและเป็นคนสุดท้ายได้ทำงานร่วมกัน มันไม่มีสัญญาณอะไรเลยแม้กระทั่งสัญญาณของการทำร้ายตัวเอง รวมถึงคนอื่นที่จะทำร้าย ซึ่งมันไม่มีเหตุใดๆ ที่เราจะมาตอบว่าใครทำอะไรด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งตนไม่เคยรู้เรื่องการมีไซยาไนด์ พี่นัทไม่เคยบอกว่ามีไว้ในครอบครอง

คืบหน้า น.ส.โอ และน.ส.ออ สอบปากคำเข้ม 4 ชม. ปมเหตุการเสียชีวิต “นัทปง” ยันขณะอยู่ในบ้านไม่ได้ทะเลาะกัน และไม่มีสัญญาณเตือนว่าจะคิดสั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 14.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. 68 หลังจากที่ น.ส.โอ และน.ส.ออ เพื่อนร่วมงาน ที่อยู่ภายในบ้านคืนที่เกิดเหตุ ได้เดินทางมายังโรงพัก สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือนัท ผู้สืบข่าวและผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ตั้งแต่เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยหลังจากสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง ทั้ง 2 คน ได้เดินออกมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

น.ส.โอ กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อให้ข้อมูลว่าคืนที่เกิดเหตุ มีอะไรเกิดขึ้นภายในบ้านบ้าง ตอนที่ตนอยู่ทางบ้านไม่ได้มีการทะเลาะกัน แต่หลังจากที่ตอนกลับบ้านก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คืนนั้นเราพูดกันแต่ถึงเรื่องอนาคต ความสุขในการทำงาน และการสร้างอนาคต น้องไม่ได้พูดถึงเรื่องฆ่าตัวตาย ตนเคยเจอคนชื่อบิ๊กแต่ว่านานๆเจอกันที ไท่สนิทเลย ตนสนิทกับนัทและต้น ขออนุญาตให้รายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวกับปัญหาชีวิต ตนขออนุญาตไม่ตอบคำถามตรงนี้ ส่วนเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องไซยาไนด์ก็ไม่ขออนุญาตให้ข้อมูลใดๆ ส่วนเรื่องแชทนาย ก. ตนได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว ขอพูดได้แต่เรื่องที่เราพอรู้ และขอให้ตำรวจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

รอง ผบช.ภ.1 เผยตร.เตรียมตรวจบ้านพร้อมญาติวันที่ 11 ธ.ค.68 หลังเสร็จงานศพ ยันไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 7 ธ.ค.68 ที่ สภ.บางกรวย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกรวย ได้ทำการประชุมสืบสอบปากคำพยานปากทั้ง 5 ราย คือ 1.ออ 2.โอ 3.บิ๊ก 4.ต้น 5.ไอซ์ สารวัตร และได้ข้อสรุปว่าจะทำการตรวจสอบบ้านของ “ณัฐ ปง”ในวันที่ 11 ธ.ค.68 เนื่องจากตอนนี้ทางญาติได้นำกุญแจไป และจะกลับมาเปิดบ้านให้หลังจากเสร็จสิ้นงานศพ

จากการสอบถาม พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นได้เรียกประชุม ทั้งคณะ เพื่อมอบหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนไว้ ได้เชิญพยานสำคัญที่ใกล้ชิดผู้เสียชีวิต และเรียกพยานทั้งหมดแล้ว5ปาก และยังมีอีกไม่กี่คนที่จะเรียกมาสอบภายหลัง ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยว่าใครเป็นบุคคลสุดท้าย ที่จะเข้ามาภายหลัง ซึ่งหลังจากที่สอบปากคำ เบื้องต้นไปในทิศทางเดียวกัน ตอนนี้ต้องกั้นบ้านที่เกิดเกตุ ต้องขออนุญาตทางบ้านของผู้ตาย ว่าจะเข้าไป เพราะตอนนี้ทางญาติติดงานศพที่เชียงราย จะต้องคอตรวจอีกครั้งจะได้สรุปคดีได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตคืออะไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจภายในบ้านตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ทางญาติมีการปิดบ้านและเอาศพไปทำพิธี ตอนนี้ทางญาติได้เลื่อนการตรวจค้นบ้านไปวันที่ 11 ธ.ค.68

ส่วนเรื่องสารไซยาไนด์ ที่อยู่ในบ้านยังไม่มีใครนำเอาออกมา ตรวจสอบแล้วว่าสารยังอยู่ในบ้าน วันที่ไปตรวจวันแรกสารอยู่ในซองสีน้ำตาล แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ตรงนั้น แต่จะทำการตรวจอีกที และคนที่เอาสารไปตรวจสอบเบื้องต้น เป็นคนใกล้ชิดผู้ตาย ไม่ใช่คนในกลุ่ม ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดแค่เรื่องญาติที่ยังไม่สะดวก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการหลายวิธีแล้วได้ให้ไปหากุญแจ แต่ก็เข้าใจว่าญาติเขาสูญเสียอยากจะเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ด้วย จึงต้องรอ

ส่วนเรื่องพิในกรรมคาดว่าไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการเสียชีวิต ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดที่ออกไปที่มีคำพูดแรง และปล่อยให้เสียชีวิตเบื้องต้นทางพยานให้ปากคำไว้ว่า คิดว่าผู้ตายแกล้ง ไม่คิดว่าจะกินยาจริงๆ คนที่เกี่ยวข้องจะมีการเรียกตัวมาสอบปากคำทุกคน ตอนนี้ทางบ้านมีการเปลี่ยนรหัสล๊อคบ้าน เป็นทางญาติของเขา เปลี่ยนหลังการเสียชีวิต ตอนนี้เราแยกสอบหมดทุกราย เพิ่มประเด็นทุกข้อ และยังมีการนำเอาข้อมูลในโซเชี่ยลที่ตั้งคำถามเอามาสอบปากคำด้วย ตอนนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือการฆ่าตกรรม แต่ผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้ 1 เดือนมีการเตรียมสารไว้แล้ว และยังมีพยานเพิ่มอีก2ท่าน ที่ต้องสอบเพิ่ม

“ไอซ์ สารวัตร” แจงกรณีอัจฉริยะจะเข้ามาแจ้งความเอาผิดเรื่องมีคนหยิบสารไซยาไนด์ออกจากที่เกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.68 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้ติดต่อเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย ว่าในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00น. จะเข้ามาแจ้งความ ไอซ์ สารวัตร เนื่องจากกรณีที่นายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวช่องดัง เสียชีวิตภายในบ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ว่าหลังจากที่พบเป็นศพ ซองยาไซยาไนด์ ภายในบ้านได้หายไป จึงต้องสงสัยว่ามีคนสนิทเป็นคนนำสารออกจากบ้านไป ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถตรวจสอบการเสียชีวิตได้ในเบื้องต้น

จากการสอบถาม นายสารวัตร หรือไอซ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการไม่ว่าจะผิดหรือถูก แต่ตนยังไม่เห็นว่ามีการจะแจ้งความและรายละเอียดใดๆในเรื่องนี้ ซึ่งตนได้แจ้งเจตนาของตนเองให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว ตนทำงานสื่อด้วยกันเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร ซึ่งตนไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น และตอนนี้ยังไม่เห็นประเด็นว่าจะมีการแจ้งความตนในเรื่องอะไร