เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการบุกค้นร้านทองในพื้นที่กรุงเทพ เเละต่างจังหวัดเช่น จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ และจังหวัดทางภาคเหนือ ว่าเป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4 เครือข่าย ซึ่งหนึ่งในนั้นมี “เครือข่ายดาวเรือง” รวมอยู่ด้วย เนื่องจากพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวใช้วิธีการฟอกเงินด้วยการนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดโอนเข้าบัญชีร้านทอง เพื่อซื้อทองคำแท่ง ซึ่งพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดดาวเรืองฟอกเงินที่ร้านทองย่านวังบูรพา จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีของร้านที่รับโอนจากเครือข่ายยาเสพติดหลายร้อยราย สูงถึงหลักพันล้านบาท

นอกจากนี้ยังพบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายอื่นในภาพรวมทั่วประเทศ ฟอกเงินด้วยการซื้อทองคำแท่ง ซื้อขายน้ำมันเเละธุรกิจการส่งออกสินค้าหลากหลายประเภท เมื่อส่งออกไปก็จะมีการส่งสินค้ากลับเข้ามาในรูปแบบสินค้าอื่นๆ มูลค่าในการฟอกเงินครั้งนี้กว่าเเสนล้านบาท การปฏิบัติการในครั้งนี้มีการหมายจับ 400 หมายจับ สามารถจับกุมได้กว่า 300 หมายจับ ซึ่งมีทั้งเจ้าของร้านทอง กว่า 10 หมายจับ เจ้าของธุรกิจน้ำมัน และผู้รับเปิดบัญชีรับโอนเงิน และกดเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้บงการต่อไป

สำหรับขบวนการค้ายาเสพติดดาวเรือง เป็นขบวนการที่ค้าทั้งยาไอซ์ และยาบ้า จากข้อมูลพบว่าทำมาซักระยะแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดมีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งยังพบว่าผู้บงการของเครือข่ายนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ และพบว่ามีบางส่วนสั่งการมาจากในเรือนจำ ซึ่งมีการประสานกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาตลอด นอกจากนี้ขยายผลยังพบร้านทองอีกหลายแห่งที่รับฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติด เช่น ย่านเยาวราช 2-3 ร้าน จ.กาญจนบุรี จ.นครปฐม แม่สอด จ.ตาก และภาคใต้ ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าของร้านทองที่ถูกจับกุม บางส่วนรับสารภาพ บางส่วนให้การภาคเสธ