นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร Fan page‘ กล่าวถึงกระบวนการจัดตั้งการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป ว่า มีแต้มต่อ อย่ารอสูญเปล่า การที่ให้กลุ่มที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ สามารถจดจองชื่อพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 น่าจะเป็นความประสงค์ของ คสช. ให้ พรรคใหม่และพรรคเก่ามีความเท่าเทียมกันในการแข่งขันให้ได้มากที่สุด โดย อาจเรียกว่าเป็นบันได 3 ขั้น คือ 1) จดจองชื่อพรรค 2) ไปหาสมาชิกก่อตั้ง 500 คนและหาทุนประเดิม 1 ล้านบาท และ 3) จัดประชุมสมาชิกก่อตั้งอย่างน้อยกึ่งหนึ่งหรือ 250 คนขึ้นไป เพื่ออนุมัติ ระเบียบ ข้อบังคับของพรรคและได้มาซึ่งรายชื่อกรรมการบริหารพรรค เพื่อนำมาจดทะเบียน เป็นพรรคการเมือง

นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า หากทำ 1,2 และ 3) เสร็จทันวันที่ 1 เมษายน 2561 ก็แปลว่า พรรคใหม่ได้เกิดขึ้นทันพรรคเก่าที่จะเริ่มทำกิจกรรมต่างๆตามเงื่อนไขประกาศ คสช.ที่ 53/2560 และ พรป.พรรคการเมือง เช่น การจัดตั้งสาขาภาค การหาตัวแทนในระดับจังหวัดเพื่อทำไพรมารีโหวต การขยายจำนวนสมาชิก เป็นต้น แต่ถ้าหาก 1 เมษายน 2561 ก็แล้ว กลุ่มที่จดจองชื่อ ยังไม่มาการขยับไปถึงขั้นการประชุมสมาชิกก่อตั้งได้ แต้มต่อที่ให้ขยับก่อนหนึ่งเดือน ก็ดูจะสูญเปล่า เงื่อนไขการจัดประชุม คือ ต้องหาสมาชิกก่อตั้ง 500 คนให้ครบ และให้คนเหล่านี้มีส่วนในการบริจาคเงินเป็นทุนประเดิมพรรค เฉลี่ยคนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ได้ครบ 500 คน จะกำหนดวันประชุม โดยต้องมีคนเข้าร่วมอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือ 250 คน (อย่าได้เข้าใจผิดว่า มีคนครบ 250 คน แล้วขอจัดประชุมได้)

นายสมชัย กล่าวเพิ่มว่า การขอจัดประชุม ต้องมีรายละเอียด 6 ประการ คือ ทำอะไร เหตุผลความจำเป็นอย่างไร ที่ไหน เมื่อไร มีผู้เข้าร่วมประมาณเท่าใด และ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ส่งผ่าน กกต. ไปยัง คสช. และ ต้องให้เวลาในการพิจารณาอย่างน้อยก็สองสัปดาห์ ไม่ใช่ขอวันนี้ จะประชุมพรุ่งนี้ ณ วันนี้ ยังมีกลุ่มที่ขอจดจัดตั้งพรรค ขอจัดประชุมเพียงไม่กี่กลุ่ม และ ยังขาดรายละเอียดที่ครบถ้วนทั้ง 6 ประการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแปลว่า ถึงปลายเดือนนี้ อาจมีกลุ่มการเมืองใหม่ ที่จะสามารถใช้แต้มต่อให้เป็นประโยชน์ทันเพียงไม่กี่ราย

“มีแต้มต่อแล้ว ต้องรู้จักใช้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ออกกติกาอย่างไรก็เอื้อพรรคเดิมตลอดอีก” นายสมชัย กล่าว