ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 ได้นำ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานีปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม และบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่ายประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191, หน่วยอรินทราช 26, หน่วยรบพิเศษสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สน.ทองหล่อ ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 110 จุด ทั่วประเทศ สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งหมด 95 ราย เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต ​จำนวน 25 ราย (สัญชาติเวียดนาม 4 ราย, ลาว 1 ราย,พม่า 7 ราย,อินเดีย 7 ราย, อเมริกา 1 ราย,ปากีสถาน 2 ราย, บังคลาเทศ 1 ราย, อียิปต์ 1 ราย และอิรัก 1 ราย) เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต”จำนวน 62 ราย (สัญชาติอินเดีย 1 ราย, เมียนมา 34 ราย, ลาว 18 ราย, กัมพูชา 8 ราย และอินเดีย 1 ราย)​ ข้อหาอื่นๆ จำนวน 8 ราย (สัญชาติเมียนมา 3 ราย, ฟิลิปปินส์ 1 ราย, อินเดีย 1 ราย,อียิปต์ 2 ราย และไทย 1 ราย(เป็นเจ้าบ้านไม่แจ้งถิ่นที่อยู่ของคนต่างด้าว)

พล.ต.ต.สุรเชษฐ เปิดเผยว่า การกวดขันจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายปลอมธนบัตร (Black Money) กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มคนหลอกลวงนำเพชรปลอมมาจำหน่าย กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่างๆและยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ

โดยผลการปิดล้อมเป้าหมายยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ทั่วประเทศในครั้งนี้ บก.ทท.1 จำนวน 41 เป้าหมาย บก.ทท.2 จำนวน 38 เป้าหมาย บก.ทท.3 จำนวน 31 เป้าหมาย รวมทั้งสิ้นทั่วประเทศ 110 เป้าหมาย สำหรับการดำเนินกายุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ​รวม 3 ครั้ง เข้าตรวจค้น 253 จุด จับกุม 186 ราย “พล.ต.ต.สุรเชษฐกล่าว”

 

 

Thai Police

Thai Police