นายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในงานเสวนาส.ว.ไทยอย่างไรต่อดี ว่าต้องดูว่าเหตุที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี 2 สภาเพราะอะไร ซึ่งธรรมชาติของการมีอยู่ของสุฒิสภา คือ การเข้าไปตรวจสอบ ถ่วงดุล ยับยั้ง อำนาจของประชาชน แต่กรณีประเทศไทย เฉพาะเจาะจงไปอีกจนกลายเป็นสถาบันทางการเมืองแห่งการแย่งชิง ของฝ่ายต้างๆ จนอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง
จนถึงรัฐประหาร

ทั้งนี้ประเทศไทยไม่เคยมีตำนาน 2 สภา แต่เมื่อเริ่มคิดค้นให้มี 2 สภา ก็เริ่มมีความขัดแย้งว่าใครจะได้รับเข้าไปเป็นวุฒิสภา จนเป็นฉนวนให้เกิดรัฐประหารในปี 2475 และ ส.ว.กลายเป็นเครื่องมือของการสืบทอดอำนาจและต่อรองอำนาจบางอย่าง นำไปสู่วิกฤติทางการเมืองหลายครั้ง

กระทั่งเกิดสภาผัวเมียขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ 2540 และปัจจุบันยิ่งหว่าสภาผัวเมีย สภาพี่น้อง สรุปได้ว่า การมีสภาที่ 2 ของประเทศไทย คือสนามแห่งการต่อสู้แย่งชิงทางการเมือง ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องมีเลยก็ได้ ให้กลับไปเป็นสภาเดียว ในช่วงเวลานี้ ส.ว.250 คนได้ทำเลยเหตุผลของการมี ส.ว.ไปทั้งหมด เพราะ ส.ว.ไม่มีการตรวจสอบรัฐบาล อีกทั้งยังอวยรัฐบาลอยู่ทุกวัน

ส่วนหากมีสภาเดียวจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ต้องมีผู้รู้ผู้เลี่ยวชาญมาร่วมทำงาน ให้ ส.ส.มีส่วนเลือกองค์กรอิสระ โดยกำหนดสัดส่วน ให้องค์กรอื่นมีสิทธิ์เลือกด้วย ไม่ได้หมายความว่า หากไม่มี ส.ว. การตรวจสอบจะไม่เกิดขึ้น