วันที่ 6 มีนาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี อ.ชะอำ จ. เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตอบคำถามสื่อมวลชน หลังจากการประชุม ครม. ถึงกรณีที่กลุ่ม กปปส. ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เคยประกาศหนุนให้ตนเองเป็นนายกฯต่อ ไปตั้งพรรคการเมืองแล้วว่า ไม่ว่า กลุ่มใดจะสนับสนุนตนก็ขอบคุณ แต่จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลจะรักใครชอบใครก็เชียร์คนนั้น แต่จะได้หรือไม่ยังไม่รู้ เพราะตนเองไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้

“เพราะผมเองยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้เลยว่า จะเป็นอย่างไร ไปอย่างไร ใครจะมาขอ ยังไม่เห็นมีใครมาติดต่อผมเลย เห็นแต่พูดกันผ่านสื่อเท่านั้น แล้วถ้าขอมา ผมจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่าโจมตีผมมากนักเลย ให้เวลาผมทำงานเถอะ ปัญหามีมากมาย ทั้งนี้ พรรคการเมืองจะเสนอผมได้เพียงพรรคเดียวเท่านั้น วันนี้ยังไม่รู้เลย เพราะไปยังไม่ถึงตรงนั้น ยังปลดล็อคไม่ได้เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า

เมื่อถามถึงกรณีคนรุ่นใหม่อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จับมือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อ.นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เตรียมตั้งพรรคการเมือง สู้กลุ่มการเมืองที่ตั้งพรรคที่สนับสนุนคสช. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  ก็ตั้งไป แต่อยู่ที่จะเลือกกันหรือไม่ ซึ่งขอให้พิจารณาท่าที และนโยบายว่า น่าเชื่อถือหรือไม่ในทุกพรรค ไม่ว่า จะพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ซึ่งตนเคยเตือนแล้วว่า ต้องเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล

เมื่อถามว่าถ้าพรรคการเมืองติดต่อมา จะใช้หลักการอะไรพิจารณาเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าตั้งคำถามด้วยการใช้คำว่าถ้า เพราะวันนี้ยังไม่รู้ ทั้งนี้ ต้องดูนโยบายของแต่ละคน แต่ละพรรค ซึ่งตนก็คิดแบบประชาชน และประชาชนก็ต้องคิดแบบตนด้วย ว่าคนที่อยู่ในพรรคนั่นเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือ โปร่งใสหรือไม่ และมีความรอบรู้หรือไม่ เพราะการเป็นรัฐบาล ไม่ได้เป็นเฉพาะ ส.ส. ที่รับฟังปัญหาจากประชาชน และชาวบ้านที่มายื่นแผนงานโครงการกับรัฐบาลแต่ทุกคนจะต้องรู้ระบบงบประมาณของประเทศ ว่าเงินงบประมาณจะมาจากไหน รายรับรายจ่ายของประเทศมาจากไหน ไม่ใช่คิดแต่รายจ่ายอย่างเดียว จะต้องหาเงินด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้คนทำผิดกฎหมาย และได้เงินจากการทำผิดกฎหมายไปมากพอสมควร

เมื่อถามว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า หากพรรคใดจะเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลที่ถูกเสนอชื่อด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนบอกไปแล้วว่า ยังไม่ถึงเวลา และยังไม่มีใครติดต่อเข้ามา ดังนั้นจึงอย่าเพิ่งเร่งโจมตีตน แต่ต้องให้เวลาทำงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาจะต้องแก้ไขในภาพรวมและในพื้นที่ที่เดือดร้อน จึงต้องฝากไปถึงตัวแทนพรรคการเมืองด้วย เมื่อถึงเวลาก็จะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาพูดคุย โดยพูดคุยถึงเรื่องของการจัดทำงบประมาณและอื่นๆด้วย เพื่อช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปอะไรกับใคร แต่เพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกัน ว่าการที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลนั้นต้องเข้าใจถึงระบบงบประมาณ การจัดทำแผนโครงการ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท เราจะคุยเรื่องนี้ ไม่ใช่เรียกมาคุยเพื่อกำหนดว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ แล้วกลับบ้าน มันไม่ใช่ ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อนว่า ต้องทำอย่างไร ขอให้เตรียมการให้ดีและขอร้องสื่อมวลชนให้ช่วยทำความเข้าใจด้วย