นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงในที่ประชุมร่วมพรรคฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า เสียดายที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีธงค่อนข้างชัดว่าจะไม่ร่วมโหวต พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญที่ต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระแรก ถึงจะเป็นสิทธิของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แต่ก็ไม่ควรนำเรื่องปมถวายสัตยฯ ซึ่งเป็นเรื่องเก่าในอดีตที่จบไปแล้ว มาตีรวนว่า นายกรัฐมนตรี มีที่มาไม่ชอบจากเหตุปัญหานี้ เพื่อที่จะไม่ร่วมโหวตรับหรือไม่รับ พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถือเป็นผู้ใหญ่ในวงการตำรวจไทย ในตอนแรกที่ได้รับเลือกมาเป็น ส.ส.ตนเองยังดีใจว่าจะมีนักการเมืองที่มีความเหมาะสมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ อีกทั้งประสบการณ์ที่สั่งสมมาน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้ แต่จนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 1 ปี ผลงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในฐานะ ส.ส. นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะยังคงวนเวียนไม่ต่างจากแผ่นเสียงตกร่อง ฉายเรื่องถวายสัตย์ซ้ำไปซ้ำมา ตอนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามทุจริตหรือ ปปช. เชื่อว่าทุกคนมีความมั่นใจว่า การทำงานใน กมธ. ชุดนี้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างเข้มข้น แต่ผ่านมาเกือบปี กลับใช้เวทีกรรมาธิการมาเล่นเกมการเมือง ภาพที่ออกมาที่เห็นชัด คือ การโต้เถียงกันไปมากับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล โดยยังไม่มีผลงานใดที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชนได้เห็น

ดังนั้น ขอฝากไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าเวลาที่เหลืออีกกว่า 2 ปี อยากให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้ประสบการณ์ของตัวเอง ทำเพื่อประเทศ ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ๆตัวเองมีได้แล้ว แต่ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังคงติดใจเรื่องปมถวายสัตย์อยู่ ไม่พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานในฐานะกรรมาธิการ ก็สมควรที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมมาทำหน้าที่แทน