นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยกับถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคก้าวไกลในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า เมื่อเปิดประชุมสภาจะมีวาระในการพิจารณา พ.ร.ก. 4 ฉบับ โดยทางพรรคได้เตรียมผู้อภิปรายไว้แล้ว ซึ่งจะเน้นไปที่ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจากที่ได้ทราบในส่วนนี้จะแบ่งเป็นระบบสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท และ 400,000 ล้านบาท ที้ใช้ฟื้นฟู้เศษฐกิจและสังคม ส่วนเงินที่เหลือก็จะนำมาใช้ในการเยียวยาประชาชน ผู้ประกอบการและเกษตรกร ซึ่งพรรคก้าวไกลก็จะมีแนวทางการเสนอกรอบการใช้เงิน อย่างเงินที่ใช้ในระบบสาธารณะสุขยังถือว่าน้อยเกินไป ส่วน 400,000 ล้านบาท จะมีการใช้อย่างไรเพื่อที่จะได้ประโยชน์สูงสุด โดยส่วนตัวมองว่า ภายใต้ 4 พ.ร.ก.เงินกู้ และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ นั้นรัฐบาล ยังมีการทำงานที่ล่าช้า ไม่ทั่วถึง ไม่รัดกุมและไม่โปร่งใส

ทั้งนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ พ.ร.ก.เงินกู้ในอดีตที่มีการเสนอกรอบการใช้เงินต่อรัฐสภาเพื่อใช้เกิดความเห็นชอบก่อน แต่สำหรับ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนี้ ไม่ได้ระบุกรอบการใช้เงินต่อรัฐสภาให้เห็นชอบก่อน แต่เป็นเพียงการมาชี้แจงต่อสภาหลังจากปิดสมัยประชุมไปแล้ว 60 วัน ซึ่งการชี้แจงตรงนั้น เป็นการบอกถึงสถานะของการกู้เงิน ผลการดำเนินงาน และผลที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการใช้เงินก่อนแล้วมาบอกทีหลัง บอกโดยที่ไม่มีรายละเอียด ซึ่งตรงนี้พรรคก้าวไกลมองว่าไม่มีความโปร่งใส จึงจะขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณ ในการแก้ปัญหาภายใต้สถานการณ์โควิด รวมถึงการออกมาตราการต่างๆ ด้วย