นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เปิดเผยถึงกรณีที่ทหารและตำรวจจะดำเนินคดี กับคณะก้าวหน้าที่ดำเนินกิจกรรมยิงเลเซอร์ #ตามหาความจริง ตามจุดสำคัญต่างๆว่า กิจกรรมการยิงเลเซอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญเท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงการเปิดแคมเปญเพื่อกระตุ้นให้คนหันมาสนใจเหตุการณ์พฤษภา 35 และ 53 เท่านั้น และกิจกรรมต่อๆ ไปของคณะก้าวหน้าก็จะมีการปล่อยคลิป บทความต่างๆ และมีการจัดเสวนาขึ้นตามลำดับแต่การฉายเลเซอร์นั้นไม่มีแล้ว

ทั้งนี้เมื่อถามว่ากิจกรรมอื่นๆ ทางออนไลน์ จะต้องปรับรูปแบบเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ถ้ากลัวถูกเล่นงานก็คงไม่ทำตั้งแต่แรก เพราะทราบดีว่ากำลังทำอะไรที่กระทบจิตใจผู้มีอำนาจก็เสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี เพราะว่ากฎหมายกระบวนการต่างๆ อยู่ในมือของผู้มีอำนาจอยู่แล้ว ถึงจะมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ก็สามารถเป็นไปได้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกใช้กฎหมายเล่นงาน และในส่วนงานอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์รำลึกการลอบสังหารประชาชนพฤษภา 35 และ 53 ก็จะดำเนินต่อไปตามปกติ ซึ่งคณะก้าวหน้าก็จัดกิจกรรมในรูปแบบคำนึงถึงสถานการณ์โควิด-19 คือไม่ได้มีการรวมพลจำนวนมาก แต่เป็นกิจกรรมที่เน้นออนไลน์เป็นหลัก เพราะฉะนั้นคิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะกระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ส่วนจะกระทบกระเทือนจิตใจผู้มีอำนาจก็คงจะต้องให้ไปจัดการจิตใจตนเอง