นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ล่าสุดหน่วยงาน SFA ของประเทศสิงคโปร์ มีความมั่นใจในความปลอดภัยของสินค้าสัตว์ปีก และให้การยอมรับในระบบการกำกับดูแลการผลิตสินค้าเนื้อสัตว์ปีกของกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีมาตรการควบคุมเชื้อแซลโมเนลลา มีการเฝ้าระวังยาสัตว์ตกค้างและสารปนเปื้อนในระบบการเลี้ยงไก่/เป็ดเนื้อ และอาหารสัตว์ที่มีการใช้ในการเลี้ยง การประกาศขยายขอบข่ายส่งผลดีต่อระบบการผลิตสินค้าสัตว์ปีกของไทยทั้งระบบ เกิดการสร้างแรงงานในระบบการผลิตสินค้าสัตว์ปีก โดยคาดการว่าจะมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 100 ล้านบาท โดยได้ประกาศขยายขอบข่ายสินค้าเพิ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็นเพิ่มเติม จากเดิมประเทศไทยสามารถส่งออกได้เฉพาะเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งเท่านั้น ซึ่งทางการสิงคโปร์จัดสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็นเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากสินค้าแช่เย็นจัดเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส สามารถนำไปปรุงสุกได้ทันที รสชาติดี และมีความสดใหม่ แต่มีอายุการจัดเก็บไม่นาน ในขณะที่สินค้าแช่แข็งจัดเก็บรักษาที่อุณหภูมิไม่น้อยกว่า -18 องศาเซลเซียส มีอายุการจัดเก็บนาน ก่อนนำมาประกอบอาหาร ต้องลดอุณหภูมิก่อน ทำให้ความสดและรสชาติลดลง อย่างไรก็ตาม ประเทศสิงคโปร์

ปัจจุบันตลาดการส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ปีกของประเทศไทย ประมาณ 70% คือ สินค้าเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ ประเทศญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในปี 2562 มีปริมาณการส่งออก 963,182.76 ตัน คิดเป็นมูลค่า 113,023.60 ล้านบาท และอีก 30% ที่เหลือ เป็นการส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็น มีปริมาณการส่งออกสินค้า 6,147.73 ตัน คิดเป็นมูลค่า 554.49 ล้านบาท ตลาดส่งออก คือ ประเทศเพื่อนบ้านไทย พม่า ลาว และกัมพูชา