นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล เผยถึงกรณีที่รัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการให้แก่บางธุรกิจ ว่าการที่รัฐบาลเริ่มมีการผ่อนปรนให้แก่บางธุรกิจนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากความล่าช้าและไม่แน่นอนของรัฐบาล แต่ส่วนตัวมองว่าการผ่อนปรนนั้นยังไม่เพียงพอ รัฐบาลจะต้องมีการประกาศเงื่อนไขและดัชนีชี้วัดที่รัฐบาลเฝ้าติดตามดู และดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าติดตามดัชนีตัวนั้นๆ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามและวางแผนไปพร้อมกับรัฐบาลในการรับมือกับวิกฤตก็จะทำให้ประชาชนสามารถตั้งรับได้ทัน และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ประชาชนจะต้องมารอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะสามารถได้รับความช่วยเหลือเมื่อใด

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ กล่าวต่อถึงกรณีที่รัฐบาลมีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีก 1 เดือน ว่าแม้ทางรัฐบาลจะมีการผ่อนปรนมาตรการให้กับบางธุรกิจ แต่การขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีกนั้น มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีความสอดคล้องกัน เหตุใดรัฐบาลไม่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคแทนในการป้องกันดูแลการระบาดของเชื้อไวรัส เพราะหากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเช่นนี้บางกิจการที่จะต้องมีการทำงานล่วงเวลาไปถึงช่วงเคอร์ฟิวบ้าง และหากธุรกิจนั้นๆ ไม่มีข้อยกเว้น ก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที ดังนั้นจึงตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐบาลยังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ก็เพราะว่าเอื้อให้เจ้าหน้าที่บรรลุแก่อำนาจและไม่ต้องรับผิดใดๆ หรือไม่