บรรยากาศการลงทุนในตลาดสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 เม.ย.) ดาวโจนส์ปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐทำการยิงและทำลายเรือปืนของอิหร่านทุกลำ หากก่อให้เกิดอันตรายต่อเรือสหรัฐคำสั่งของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐรายงานว่า เรือจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้แสดงท่าทีที่ยั่วยุและอันตราย ขณะขับเข้าใกล้เรือยามฝั่งของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการที่ซาอุดิอาระเบีย ระบุว่า พร้อมที่จะใช้มาตรการพิเศษร่วมกับชาติผู้ผลิตรายอื่นในการจัดการกับภาวะอุปทานล้นตลาด ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 และอิรักก็แสดงความคิดเห็นแบบเดียวกัน ทั้งนี้การประชุมอย่างเป็นทางการ ครั้งต่อไปของ OPEC และพันธมิตร หรือ OPEC + มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับปัจจัยบวกหลังสภาคองเกรสให้การอนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยธุรกิจขนาดเล็กในการแก้ไขวิกฤติโควิด-19

ดาวโจนส์ปิดที่ 23,475.82 จุด พุ่งขึ้น 456.94 จุด หรือ +1.99%
Nasdaq ปิดที่ 8,495.38 จุด เพิ่มขึ้น 232.15 จุด หรือ +2.81%
S&P 500 ปิดที่ 2,799.31 จุด เพิ่มขึ้น 62.75 จุด หรือ +2.29%

ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 2.21 ดอลลาร์ หรือ 19.1% ปิดที่ 13.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สัญญานน้ำมันดิบเบนท์ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 5.4% ปิดที่ 20.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 50.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,738.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์