ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย เปิดเผยว่า คณะทำงานของพรรคได้หารือกันถึงมาตรการลดค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะโควิด-19 ของรัฐบาล ว่า หากไม่เกิดกระแสวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ออกมาก่อนหน้า รวมถึงกรณีบิลค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนมีนาคม จนทำให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องเรียกประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการแก้ไข และมีการนำเสนอมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมกับผู้ใช้ไฟฟ้าตามรายละเอียดที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวานนี้ แต่อย่างไรตนและพรรคสามัคคีไทยก็ต้องขอบคุณรัฐบาลแทนประชาชนทุกคน แม้มาตรการดังกล่าวที่ออกมาดูเหมือนว่าช้าไปบ้างในภาวะเช่นนี้ รัฐบาลต้องเดินนำหน้าปัญหา กล้าตัดสินใจ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหา หรือมัวแต่รอฟังเสียงและกระแสจากสังคมเสียก่อน

โดย ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายการ “ขอคืนค่าประกันไฟฟ้า” เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลนำมาใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ 300-6,000 บาท ดูเหมือนจะเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนในยามลำบาก แต่ที่ผ่านมากลับมีประเด็นเรื่องของค่าไฟของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนมีนาคม สืบเนื่องจากนโยบาย “อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ” โดยอยู่ทำงานที่บ้าน ประกอบกับเป็นช่วงหน้าร้อนเป็นผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้จ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามระบบการคิดค่าไฟของการไฟฟ้าที่คิดแบบ “อัตราก้าวหน้า” ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายเยอะ การคิดค่าไฟในอัตราก้าวหน้าดังกล่าว ซึ่งดูจะเป็นสิ่งที่สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ยิ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพและซ้ำเติมความลำบากของประชาชน

ทั้งนี้พรรคสามัคคีไทย จึงขอเสนอว่าหลังจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลสิ้นสุดลง ขอให้มีการทบทวนยกเลิกการคิดค่าไฟฟ้าในอัตราก้าวหน้าดังกล่าวหรือหากสามารถทำได้เลยก็จะเป็นการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือให้กับประชาชน เพราะการแสวงหาผลกำไรจากประชาชน ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งในภาวะวิกฤตหรือในเวลาปกติของบ้านเมือง