นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบี หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาต เป็นการยกระดับการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าเพื่อมุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำของประเทศไทย เนื่องจากทั้งสองธนาคารมีจุดแข็งที่แตกต่างกันและส่งเสริมกัน โดยทีเอ็มบีมีความโดดเด่นในเรื่องผลิตภัณฑ์เงินฝากและนวัตกรรมทางการเงินที่แตกต่างจากธนาคารอื่นๆ ส่วนธนชาตเป็นผู้นำด้านสินเชื่อลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อที่ถือเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด จึงนำมาสู่การรวมกิจการ โดยความคืบหน้าสำคัญของกระบวนการรวมกิจการ คือ การเปิดให้บริการสาขาร่วมรูปแบบใหม่ Co-Location Branch เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการยกระดับการให้บริการเพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่ครบถ้วน ครบวงจรเสมือนเป็นธนาคารเดียวกัน รวมถึงการเพิ่มช่องทางการให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันพนักงานก็ได้มีความคุ้นเคยและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ได้ศึกษารู้จักผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของธนาคารใหม่ เพิ่มความพร้อมของธนาคารในการบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า

ในปี 2563 ทีเอ็มบีและธนชาต มีแผนจะเปิดให้บริการสาขาร่วมรูปแบบใหม่ Co-Location Branch จำนวน 91 สาขา ในกรุงเทพ จำนวน 58 สาขา และต่างจังหวัด จำนวน 33 สาขา โดยสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สาขาร่วม Co-Location Branch มีเปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 10 สาขา และวางแผนเปิดเพิ่มในเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้ อีก 13 สาขา ทั้งนี้ สามารถดูรายชื่อสาขาที่เปิดบริการได้บนเว็บไซต์ของทั้งสองธนาคาร www.tmbbank.com และ www.thanachartbank.co.th โดยสาขาร่วมนี้จะเป็นต้นแบบเพื่อศึกษาเสียงสะท้อนจากลูกค้า เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการสื่อสารและทำให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ต่อเนื่อง พบว่าได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งในมุมมองของลูกค้าและพนักงาน นั่นคือลูกค้าได้เห็นถึงความพร้อมในการรวมกันของทั้งสองธนาคาร

สำหรับหลักการพิจารณาเปิดสาขาร่วมรูปแบบใหม่ Co-Location Branch อันดับแรกดูจากความซ้ำซ้อนของสาขาธนาคารทั้งสองแห่งในพื้นที่ก่อน ต้องเป็นสาขาที่อยู่ในย่านธุรกิจการค้าที่มีปริมาณการทำธุรกรรมเป็นจำนวนมากและมีลูกค้าใช้บริการจำนวนมาก เมื่อรวมและเลือกว่าจะใช้สาขาของธนาคารใดเป็นสาขาร่วม Co-Location Branch ก็จะทำการปรับปรุงเปลี่ยนรูปแบบใหม่ที่สะท้อนถึงการรวมกันของทั้งสองธนาคาร และสื่อสารชัดเจนด้วยป้ายของธนาคาร “ทีเอ็มบี l ธนชาต” เป็นจุดแรกเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าสามารถให้บริการทั้งสองธนาคารในที่เดียว เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในสาขาก็จะมีพนักงานแนะนำการใช้บริการ ซึ่งได้รับการอบรมเพื่อทำงานเป็นทีมเดียวกันและให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างครบถ้วน

นายประพันธ์ กล่าวด้วยว่า สาขาร่วมรูปแบบใหม่นี้ พร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินครบถ้วนทุกรูปแบบ ทำให้ลูกค้าของทั้งสองธนาคารมีความสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการบริการและผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น โดยการสื่อสารกับลูกค้า เรามีการพัฒนา Sales and service model ที่สาขาให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลไม่ใช่แบบภาพรวมอีกต่อไป พร้อมยกระดับให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Advisory) มากยิ่งขึ้น ในการให้บริการทางการเงินครบทุกอย่าง เพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ธนาคารได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาทำการสาขาให้สอดรับกับมาตรการของภาครัฐ และมีมาตรการการให้บริการที่เน้นความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของลูกค้าและพนักงานเป็นสำคัญ จึงต้องขออภัยหากลูกค้าที่เข้าใช้บริการในช่วงนี้อาจไม่ได้รับความสะดวกเหมือนช่วงเวลาปกติ ทีเอ็มบีและธนชาต มุ่งหวังให้บริการลูกค้าด้วยบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครบวงจร ตอบโจทย์ทุกความต้องการเพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ดีเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด