นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้

ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง คือการกำหนดนิยามคำว่า “งานประดาน้ำ” “นักประดาน้ำ” “หัวหน้านักประดาน้ำ” “พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ” “นักประดาน้ำพร้อมดำ” และ “ผู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร” มีการกำหนดให้กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับสำหรับงานประดาน้ำที่ทำในน้ำลึกตั้งแต่ 10 ฟุต แต่ไม่เกิน 300 ฟุต , กำหนดให้นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำสถานที่ใด ต้องแจ้งให้พนักงานตรวจความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีการทำงานทราบ กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพตามที่กำหนด และจัดทำบัตรตรวจสุขภาพลูกจ้างตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด และกำหนดคุณสมบัติและหน้าที่ของลูกจ้างที่ปฏิบัติงานประดาน้ำในตำแหน่งต่าง ๆ

กำหนดให้นายจ้างดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำต่อไปนี้ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนด ได้แก่ หัวหน้านักประดาน้ำทำหน้าที่วางแผนการทำงานและควบคุมการดำน้ำ พี่เลี้ยงนักประดาน้ำทำหน้าที่ตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ เป็นต้น มีการกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงาน การพัก และจัดให้มีลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำ เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล การบริการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงอุปกรณ์สำหรับการประดาน้ำ ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำอาจปฏิเสธการทำงานหรือนายจ้างอาจสั่งให้หยุดการปฏิบัติงานใต้นำในกรณีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย และกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ในการจัดหาอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน รวมถึงหน้าที่ในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ดังกล่าว

พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ การผ่อนปรนการอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและการทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยได้ลงนามกับรัฐบาลประเทศคู่ภาคี ทั้งนี้ มิให้นำมาตรา 12 (10) และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาบังคับใช้แก่คนต่างด้าว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กำหนด

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ขยายระยะเวลาการยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักร ตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานกรณีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผ่อนผันให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา) ซึ่งเข้ามาทำงานตาม MOU ที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ต่อไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตามประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) ลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563

ซึ่งทางกระทรวงแรงงานอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อผ่อนผันให้คนต่างด้าวที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุด สามารถทำงานไปพลางก่อนได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตามประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 1) ลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563 และหลังสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดำเนินการตรวจสอบปราบปราม จับกุมดำเนินคดีนายจ้างแรงงานผิดกฎหมายที่ลักลอบทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง