นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปัจจุบัน ประกอบกับมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยออกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมในสถานที่แออัด พร้อมออกคำสั่งห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ปริมาณจราจรบนทางพิเศษ (ทางด่วน) เฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัชลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว BEM จึงได้ยื่นหนังสือถึงนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เมื่อวานนี้(16เมย.63)เพื่อแจ้งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยอ้างถึงสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ฉบับแก้ไข) ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 โดยนำเสนอปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ประจำเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2563พร้อมกันนี้ ยังขอให้ กทพ.พิจารณาแนวทางการชดเชยผลกระทบด้วย

ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้วนั้น BEM จะรายงานผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยและเหตุการณ์ที่เป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามสัญญา ข้อ 18.1 และ 18.2 รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบต่อไป

อย่างไรก็ตาม BEM ได้รายงานจำนวนรถใช้ทางด่วนเดือนมีนาคมลดลง 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือ 950,000 คันต่อวัน โดยไตรมาสแรกคาดว่าจะมีปริมาณรถใช้ทางด่วนลดลง 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 8.8% เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส โดยจะเหลือรถใช้บริการทางพิเศษเฉลี่ย 1.12 ล้านคันต่อวัน