เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีที่มีการจับกุมตัว ชายต้องสงสัยว่าเป็นตำรวจกำลังจะก่อเหตุชิงทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บางประกง ว่าเมื่อวันนี้ 16 เม.ย. เวลาประมาณ 10.30 น. รับเเจ้งเหตุพบชายมีพิรุธต้องสงสัยเเต่งตัวมิดชิด ปิดบังใบหน้า เดินวนเวียนอยู่บริเวณธนาคารที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบพบ ชายดังกล่าวสวมเสื้อ 3 ชั้น กางเกง 2 ชั้น พกอาวุธปืนสั้นกล็อค 19 ซองกระสุนสำรอง 2 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ยศ ส.ต.อ. ตำเเหน่ง ฝ่ายตรวจสอบพฤติการ์ณบุคคล สังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดยอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ออกจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะถูกดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยหากตรวจสอบแล้วพบความผิดอื่นเพิ่มเติมก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป อีกทั้ง ผบก.อก. บช.ส. ก็จะดำเนินการตั้งคณะกรรมสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมดำเนินการในทางวินัยที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำไปยังทุกกองบัญชาการ ให้หัวหน้าหน่วยทุกพื้นที่ ลงไปกำกับดูแลควบคุมความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจในสังกัด ทั้งในและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งตร.ที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจ ภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประพฤติตนนอกรีตนายใด ไปเป็นโจรผู้ร้ายก่อเหตุเสียเอง หรือแม้กระทั่งเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หากผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทั้งให้ออก ไล่ออก ปลดออก ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี