นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ดำเนินโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แก่สินค้า GI ประจำปีงบประมาณ 2563

ให้เป็นสินค้าชุมชนระดับพรีเมียมที่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยร่วมมือกับนักออกแบบมืออาชีพในการนำอัตลักษณ์ของสินค้า GI มาพัฒนาต่อยอดแนวคิดเพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม โดดเด่น สร้างการจดจำ และดึงดูดใจผู้ซื้อ ที่สำคัญบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวต้องช่วยอำนวยความสะดวกในการถือหรือขนย้ายสินค้าของผู้บริโภคอีกด้วย

โดย“โครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์สินค้าที่ดูโดดเด่นสวยงาม มีการนำตราสัญลักษณ์ GI และชื่อ GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ไปใช้อย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากกว่าร้อยละ 20 ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้นจากภาพลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจและดึงดูดใจผู้ซื้อ โดยในปีนี้มีสินค้า GI 10 รายการที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, สับปะรดห้วยมุ่น, แห้วสุพรรณ, มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี, น้ำหมากเม่าสกลนคร, เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง, เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด, ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ และผ้าหมักโคลนหนองสูง ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จและนำสินค้าในบรรจุภัณฑ์ใหม่ออกจำหน่ายได้ภายในปี 2563

ทั้งนี้ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้า GI นับเป็นอีกหนึ่งโครงการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้ประกอบการ GI ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19”