วันที่ 10 เม.ย.63 เวลา 13.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณี พยาบาลของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้่า ทวงติงการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจตาม พรก.ฉุกเฉิน ฯเรื่องมาก เรื่องเยอะ ไม่เว้นบุคคลากรทางการแพทย์ทั้งที่เพิ่งเลิกงานมา 16 ชั่วโมงต้องเสียเวลายื่นบัตรแล้วก็ไม่อ่านถามอย่างเดียว อีกทั้งยังเชิญลจากรถและให้ต่อคิวสแกนบัตรประชาชนตามที่มีการนำเสนอข่าวไปนั้น ยืนยันว่าหลังจากทราบข่าวได้มีการตรวจสอบ และทราบว่าเป็นพื้นที่ของ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งทาง พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ชี้แจงว่าเป็นการความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวแบ่งเป็น 3 เหตุการณ์ กรณีแรกเป็นการเข้าออกเวรปกติและใส่เสื้อคลุม,มีการตรวจสอบแต่ผู้กำกับยืนยันอยู่ในเหตุการณ์และมีการขอตรวจสอบเอกสารจากพยาบาลคนดังกล่าวเพื่อแสดงตัว แต่เนื่องจากเป็นวันแรกทางตำรวจจีงขอเอกสารยืนยันจากต้นสังกัด ,และครั้งที่สามไม่ได้แต่งชุดพยาบาลตำรวจจึงขอตรวจผ่านแอพลิเคชั่นบัตรประชาชนโดยใช้เวลาแค่ 1 นาที และหลังเกิดเหตุ ผกก.ทุ่งสองห้อง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจและขอโทษพยาบาลคนดังกล่าวว่าเป็นความคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่าบุคคลากรทางการแพทย์จะได้รับการยกเว้น โดยไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบแค่สแสดงหนังสือรับรอง พร้อมระบุว่า ได้สั่งกำชับไปยังด่านตรวจทั่วประเทศเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวเดียวกัน

โฆษก ตร.ยังระบุผลการตั้งด่านตรวจช่วงเคอร์ฟิวส์ ที่มีกว่า 900 ด่านทั่วประเทศว่า มีการตรวจค้นบุคคล 27,558 ราย ตรวจรถยานพาหนะ 21,289 คัน จับกุมดำเนินคดี 1,083 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเดิมที่เคยฝ่าฝืนและว่ากล่าวตักเตือนไปก่อนหน้านี้แล้ว

ในขณะเดียวกันพล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุจะดำเนินคดีกับแอดมินเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” กรณีแชร์โพสต์ของนาย ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ เสี่ยบอย ซึ่งผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่า กรณีดังกล่าวมีผู้ได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า ได้รับความเสียหายจากการที่เพจแหม่มโพธิ์ดำแชร์โพสต์ดังกล่าว ซึ่งตอนนี้เป็นกระบวนการสอบสวนตามกระบวนการ เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์ก็ต้องมีการสอบสวน ซึ่งยังไม่ได้

หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดแต่อย่างใด โดยยังอยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่าใครผิดใครถูก หลังจากนี้จะมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน ซึ่งตามกฏหมายหากพยานหลักฐานยืนยันว่าไม่มีความผิด พนักงานสอบสวนก็สั่งไม่ฟ้อง กรณีที่ พล.ต.ท.ปัญญา แถลงข่าวชี้แจงไปเมื่อวานเป็นขั้นตอนการสอบสวนตามกฏหมายตาม

ส่วนกรณีเพจแหม่มโพธิ์ดำ ไม่เปิดเผยตัวตนเพราะมีเจตนาดีนั้่นก็ขอชื่นชมที่ออกมาให้ข้อมุลที่เป็นประโยชน์แม้แต่คดีนี้ข้อมูลที่นำเสนอก็มีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่บังเอิญว่าข้อมูลที่นำเสนอเกี่ยวข้องกับหลายคน บางคนเห็นว่าตนเองเสียหายก็ต้องมาร้องทุกข์ดำเนินคดี แต่่เห็นว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ก็ทำต่อไปมันดีอยู่แล้ว แต่หากไปกระทบใครบุคคลนั้นก็มีสิทธิ์ร้องทุกข์กล่าวโทษ ตำรวจก็ดำเนินการไปตามหน้าที่ ส่วนจะมีการออกหมายเรียกแหม่มโพธิ์ดำหรือไม่นั้น ยังไปไม่ถึงขั้นตอนนั้น เพราะยังไม่รู้เลยว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นใคร มีที่อยู่หลักแหล่งหรือไม่