นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงประเด็นการคว่ำบาตรจากประชาคมโลกกับผู้นำประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพฤติกรรมเผด็จการกับประชาชน เช่นในกรณีรัฐบาลเยอรมนีประกาศระงับการออกวีซ่าสำหรับการเดินทางส่วนบุคคล ให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลพนมเปญ รวมถึงสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อตอบโต้มาตราการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในกัมพูชา โดยนายกษิต กล่าวว่า การคว่ำบาตรเป็นเครื่องเตือนของผู้นำประเทศ ถ้ามีพฤติกรรมไปในทิศทางของการเป็นเผด็จการ กดขี่ข่มเหงประชาชน ไม่ยอมให้มีที่ยืนให้กับพรรคฝ่ายค้าน มีการตั้งศาลเตี้ย จับผู้นำของพรรคฝ่ายค่ายเข้าคุกเมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศกัมพูชา จนอดีตผู้นำทั้งหลายก็ต้องกระเจิดกระเจิงไปอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งที่ประเทศไทยด้วย มันก็จะมีนักการเมือง นักเคลื่อนไหว ผู้นำนิสิตนักศึกษาในกัมพูชาต่างลี้ภัย มาจากน้ำมือของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาอยู่ที่ประเทศไทย เราคนไทยก็ต้องช่วยกันดูแล

นายกษิต กล่าวต่อไปว่า ในบรรดาผู้นำประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผ่านมาก็อาจจะสบายใจ ว่าจะเป็นฝ่ายยุโรปก็ดี อเมริกาเหนือก็ดี หรือแม้กระทั่ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เขาไม่มายุ่งเกี่ยวด้วย ก็คิดว่าเขาจะไม่กล้าที่จะคว่ำบาตรประเทศไทย เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์ ก็สบายใจดี แต่ว่าวันนี้ เยอรมนีได้เริ่มแยกแยะเเล้ว ระหว่างพฤติกรรมของผู้นำ จากความเป็นไปของประชาชนทั่วไป มันก็เป็นอุทาหรณ์ เครื่องเตือนสติให้กับผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ต่อไปนี้อยู่ในข่ายที่จะได้รับการคว่ำบาตรส่วนบุคคลด้วย อันนี้จะต้องขอเตือนสติบรรดาผู้นำทั้งหลายว่า การกดขี่ ขมเหง ประชาชน ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ใช้อำนาจบาทใหญ่ที่จะบริหารประเทศ ในทำนองที่จะกดขี่ประชาชนนั้น ในที่สุดแล้วก็จะไปไม่รอด แล้วก็จะเจอกับชะตากรรมเดียวกับ สมเด็จฮุน เซน ที่มิตรประเทศทั้งหลายจะไม่ต้อนรับ

นายกษิต กล่าวด้วยว่า การที่ปฏิเสธไม่ออกวีซ่าให้นั้น มันแทบจะเป็นมาตราการขั้นแรกเท่านั้นเอง ประเทศที่เขาเป็นเสรีประชาธิปไตย และไม่เห็นชอบกับการกระทำแบบเผด็จการของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาก็ยังมีมาตราการคว่ำบาตรอื่นๆ อยู่ในมือของเขาเช่น อาญัติบัญชีธนาคารเงินฝาก ที่อยู่ในต่างประเทศ สอง บังคับบรรดาธนาคารต่างประเทศทั้งหลาย ไม่ให้ทำอะไรกับธุรกิจไม่ว่าจะเป็นของไทย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ หรือของมาเลเซีย ตราบได้ที่ธนาคารเหล่านั้น มีบัญชีของผู้นำที่ได้กระทำตนไม่น่ารักกับประชาชนของตนเองอยู่ มันยังมีมาตราการอื่นๆ อีกมากมาย ที่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้และก็ได้แยกแน่ชัดแล้วว่า จะไม่ทำร้ายหรือไม่ไปรังแกหรือไปคว่ำบาตรประชาชนในประเทศนั้นๆ เพราะเป็นผู้ที่รับเคราะห์กรรมจากผู้นำเหล่านั้นอยู่แล้ว และก็มุ่งที่จะเล่นงานบรรดาผู้นำ ที่ทำตนเป็นเผด็จการรังแกประชาชนตนเอง

“ขอเป็นเครื่องเตือนสติกับผู้นำของไทยด้วย ว่าตอนไปนี้นั้น จะต้องพึงระวัง ไม่งั้นก็จะนำมาซึ่งความอับอาย เสียหน้า เสียเกียรติภูมิ แล้วมันมีเหตุผลอันใด ในการที่จะไม่เปิดประเทศให้เป็นประเทศที่เป็นเสรี ประชาชนจะได้เบิกบาน ทั้งสติปัญญา จิตใจและก็ในการทำการอาชีพทั้งหลาย” นายกษิต กล่าว

ที่มา: บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม