นายเรวัต อารีรอบ อดีตส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้รัฐบาลพิจาณาให้จังหวัดภูเก็ตเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)แบบพิเศษ เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว เพียบพร้อมด้วยศิลปวัฒนธรรมและมีสถาปัตยกรรมโดดเด่น อีกทั้งยังมีสนามบินนานาชาติที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดรายได้มหาศาล แต่ปรากฏว่าการบริหารจัดการและการพัฒนาภายในจังหวัดเป็นไปอย่างไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะด้านงบประมาณที่นำมาพัฒนาจังหวัดในเรื่องการบริการสาธารณะเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น การที่ระบบราชการไม่สามารถสนับสนุนให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมดิคัลฮับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่มีที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของอันดามัน มีท่าเทียบเรือประมาณ 38 แห่ง นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการจะก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ที่ถึงแม้คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดนโยบายไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้

นายเรวัต ระบุว่า จากการศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญมาจากรูปแบบการบริหารจัดการด้านงบประมาณที่ไม่สอดคล้องและยังเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผมและประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต จึงขอให้รัฐบาลสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยให้มีการยกร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ศ…. เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษคล้ายกรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือมาจากการเปิดรับสมัครคัดเลือกแล้วจ้าง โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี หรือ 5 ปี เพื่อเพิ่มศักยภาพให้จังหวัดภูเก็ตเกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณ อำนวยประโยชน์ด้านการบริการสาธารณะให้ทั่วถึงทุกชุมชนท้องถิ่น และเพื่อให้ทันต่อความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อันจะเกิดผลดีต่อระบบโดยรวมของประเทศอีกด้วย