นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษรับหลักการ ในการออกมาตรการเพื่อเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครอบคลุม 3 กลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และตลาดเงินตลาดทุน โดยเตรียมเสนอมาตรการดังกล่าวเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้าโดยมาตรการเศรษฐกิจดังกล่าวรายละเอียดวงเงินงบประมาณอาจใกล้เคียงร้อยละ 10 ของจีดีพี หรือมากกว่า ซึ่งเบื้องต้นจะใช้วงเงินจาก งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และจะใช้การกู้เงิน ผ่าน พรก.เงินกู้ โดยจะกู้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ออกมาเพื่อพยุงเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าไม่ให้เกิดการหยุดชะงักและรักษาเสถียรภาพ

 

ผู้ว่าธปท.เตรียมเสนอครม. 7 เมย.ออกพรก. 2 ฉบับทำ ซอฟท์โลน อุ้มธุรกิจจากโควิด

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า ในวันนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้เห็นชอบในหลักการ ให้ทาง ธปท. ออก พ.ร.ก. 2 ฉบับ ประกอบด้วยให้ธนาคารทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือ ซอฟต์โลน โดยตรงได้ ด้วยเงินของ ธปท. ซึ่งเคยดำเนินการแล้วเมื่อปี 2555 จากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ใหญ่กว่าที่รัฐบาลออกไปก่อนหน้านี้

ส่วนอีกฉบับคือ พ.ร.ก.ให้ ธปท. สามารถซื้อตราสารหนี้ที่ครบกำหนดชำระของเอกชนได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลาดตราสารหนี้ในโลกได้รับกระทบ และมีความไม่แน่นอนในตลาดตราสารหนี้เอกชน ธปท. จึงได้ขอออกพ.ร.ก.ดังกล่าว โดยตราสารหนี้ที่ ธปท.จะเข้าไปซื้อได้นั้น จะต้องเป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดี และจะต้องระดมทุนจากเอกชนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือธปท.จะเข้าไปเติมเต็ม โดยทั้ง 2 พ.ร.ก.จะเสนอและมีรายละเอียดออกมาในวันที่ 7 เมษายนนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบในหลักการ ขยายเวลาการคุ้มครองเงินฝากที่จะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท จาก 5 ล้านบาท ในเดือนสิงหาคมนี้ ให้ขยายการคุ้มครอง 5 ล้านบาท ไปอีก 1 ปี หรือสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2564