นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการปรับโครงสร้างการกระจายหน้ากาก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ปรับให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงนั้น ไม่ได้มองว่า เป็นการถูกลดบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ เพราะรูปแบบนี้เป็นแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยเห็นว่า กระทรวงสาธารณสุขจะได้กระจายให้โรงพยาบาลทั้งในและนอกสังกัดโดยตรง และในส่วนของจังหวัด ควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ขณะนี้มีอำนาจเต็ม ขึ้นมาบัญชาการบริหารสถานการณ์โควิดในจังหวัดตัวเอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะแจกจ่ายให้กลุ่มเสี่ยงกลุ่มใดก่อน ขณะเดียวกัน นายจุรินทร์ ยังมองว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกกระทรวงต้องช่วยกัน แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า อย่างไรก็ไม่พอ เพราะหน้ากากอนามัย ผลิตได้แค่วันละล้านกว่าชิ้น แม้ว่าวันนี้จะผลิตได้ 2.2 – 2.3 ล้านชิ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งประเทศได้ ทั้งนี้ ในช่วงหลังก็พยายามจะเร่งกำลังผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถนำส่งให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึงวันละ 1.3 – 1.5 ล้านชิ้น

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ เห็นด้วยที่รัฐบาลให้โยกงบแต่กระทรวง 10 เปอร์เซ็นต์ มาไว้ที่งบกลาง เพื่อใช้ในการบริหารสถานการณ์โควิด เพราะขณะนี้การดูแลประชาชนให้พ้นวิกฤตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และกระทรวงพาณิชย์ยินดีให้งบส่วนนี้ไปใช้ ซึ่งกำลังหาทางให้ประชาชนได้รับสินค้าอุปโภคบริโภคส่งตรงถึงหน้าบ้านในรูปแบบรถพุ่มพวง โดยเตรียมไว้ 250 คัน กระจายทั่วกรุงเทพและปริมลฑล อีกทั้งยังมีโครงการสมาร์ชโชว์ห่วย สามารถเดลิเวอร์รี่สินค้าถึงหน้าบ้านเช่นกัน