พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ครั้งที่1/2563 ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เข้าร่วมการประชุม โดยที่ประชุม คจร. ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และการจัดทำแผนแม่บทด้านการขนส่งและจราจรในเมืองภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬ

โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ได้แก่ แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรต่อไป พร้อมได้พิจารณาในหลักการการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์บนถนนทางหลวงที่มีทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้นและไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน เป็นอัตราความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. และการกำหนดความเร็วขั้นต่ำ สำหรับการขับรถยนต์ในช่องทางเดินรถช่องทางขวาสุด โดยใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. รวมถึงการร่วมพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 เรื่องการส่งเสริมการจัดท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร เพื่อให้สามารถนำพื้นที่บางส่วนของท่าเรือสาธารณะมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งร่วมกันพิจารณาประเด็นการดำเนินงานส่วนของฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) ในส่วนที่ซ้อนทับกับโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอนN2

โดยให้ดำเนินการก่อสร้างฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลไปพร้อมกับการดำเนินการโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 เพื่อ นำเสนอ ครม.เพื่อทราบต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังเน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน เร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อช่วยพัฒนาระบบคมนาคม และแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรให้เกิดการบูรณาในการดำเนินงานลดความซ้ำซ้อน โดยใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนแผนต่างๆให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้