28 มีค.2563 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ  ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย  กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนตรี  เทศขัน รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ  ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์  จิตโสภากุล ,พ.ต.ท.สิงห์ชัย  ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ  ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก. 4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก. 3 บก.ป.

พ.ต.ต.ณัฐดนัย  สีแข่ไตร สว.กก.3 บก.ป.,

ร่วมกันจับกุมตัว  น.ส.ศุภสุตา  ภูนบทอง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ 7/2563 ลงวันที่ 17 มกราคม 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค พ.ศ.2534”

โดยเมื่อ ช่วงประมาณปี 2560 น.ส.ศุภสุตา (ผู้ต้องหา) จะทำทีว่าตนเองชอบทำบุญ และจะมาที่วัดเป็นประจำ เพื่อจะเข้ามาตีสนิทกับผู้เสียหาย โดยจะออกอุบายชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนชื้อขายที่ดินเพื่อเกร็งกำไร และจะออกเช็คเป็นประกันผลตอบแทนไว้ให้ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ร่วมลงทุนโดยให้เงินจำนวน 5 ล้านบาทแก่ผู้ต้องหา แต่เมื่อถึงกำหนดให้ผลตอบแทน ผู้เสียหายไปขึ้นเงินตามเช็ค ปรากฏว่า เช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ขอนแก่น และทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมาเมื่อช่วงประมาณเดือน พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ ซึ่งในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้หลบหนี และออกมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเพิ่มอีก โดยจะออกอุบายว่ามีสามีเป็นคนเกาหลี ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และอ้างว่ามีที่ดินในพื้นที่เขาใหญ่จำนวนหลายแปลง เป็นนายหน้าขายที่ดินหลายแห่ง มีบริษัทเป็นของตนเอง และเป็นเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.สระบุรี เชิญชวนให้มาร่วมลงทุนหวยออนไลน์ ลงทุนออมทองคำ ลงทุนธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และจะออกเช็คที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3.บก.ป. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ม.6 ต.เตาปูน อ.แก่งคอย จว.สระบุรี  จึงได้เดินทางลงไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหา จึงนำตัวส่งศาลแขวงขอนแก่น จว.ขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในความผิดลักษณะเดียวกันหลายคดี หลายท้องที่ มีหมายจับติดตัวจำนวนหลายหมาย

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา