กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม, พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป. พ.ต.ต.กิตติภพ ทองเพชร, พ.ต.ต.ณัฐดนัย สีแฃ่ไตร สว.กก.3 บก.ป. , พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม กก.3 บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอติลักษณ์  ตันติเศรษฐ์อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 141/2562 ลง 8 พ.ย.62 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง”

จับกุม  ได้ ที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 2 ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จว.สระบุรี

สืบเนื่องจากผู้เสียหายเปิดร้านกาแฟอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ต่อมาเมื่อประมาณเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2562 นายอติลักษณ์ฯ หรือเสี่ยอ๋อย ผู้ต้องหามีรสนิยมแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งตัวแบรนด์เนม ได้ขับรถยนต์หรูเข้าไปทำทีเข้าไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน แล้วโทรศัพท์พูดคุยธุรกิจเสียงดัง เกี่ยวกับการโอนเงินทางธุรกรรมต่าง ๆ และจะพูดถึงธุรกิจการขนส่งออก และธุรกิจนายหน้าซื้อ-ขายที่ดิน ให้เหยื่อได้ยินอยู่เป็นประจำ ต่อมาผู้ต้องหาได้ทำทีเข้ามาพูดกับผู้เสียหายว่าต้องการซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพื่อไว้เก็งกำไร แล้วขอเบอร์โทรศัพท์ผู้เสียหายเพื่อไว้ติดต่อ จากนั้นต่อมาผู้ต้องหาก็จะโทรศัพท์สอบถามว่ามีใครต้องการขายที่ดินหรือไม่และสร้างความสนิทสนม จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มไว้เนื้อเชื่อใจเนื่องจากผู้ต้องหาขับรถยนต์หรูหลายคันมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านเป็นประจำ แล้วบอกเล่าว่าบิดาเป็นอดีตผู้ว่าราชการ ตนเองมีธุรกิจหลายอย่างเกี่ยวกับการขนส่งออกมีสิบล้อพ่วงหลายสิบคัน และธุรกิจ

ซื้อ-ขาย และรับจำนองที่ดิน ขณะนี้ถูกรัฐบาลตรวจสอบบัญชีเกี่ยวกับการปล่อยดอกเบี้ยเกินอัตรา จึงถูกอายัดบัญชีไว้เป็นเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท และเงินสดที่มีหมุนไม่ทัน จึงให้ผู้เสียหายนำเงินมาปล่อยกู้ให้ตนเอง 1 ล้านบาท และจะสมนาคุณดอกเบี้ยอย่างไม่อั้น เมื่อได้ปลดล็อคบัญชีที่ถูกตรวจสอบ และอ้างว่าเงิน 1 ล้านเป็นเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงนำเงินมาให้ 1 ล้านบาท จากนั้นเมื่อถึงเวลาคืนเงินผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมาจนกระทั่ง

ติดต่อไม่ได้ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติตามจนทราบว่า นายอติลักษณ์ฯ มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะเดียวกันนี้ในหลายพื้นที่ และจะหลบหนีการจับกุมโดยการพักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง

ตามรีสอร์ท ในพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคอีสาน จึงขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับ

จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนทราบว่า นายอติลักษณ์ฯ ผู้ต้องตามหมายจับได้ปรากฏตัวในพื้นที่ระหว่างจังหวัดอยุธยา จังหวัดสระบุรี และ จังหวัดนครราชสีมา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการทางหลวง สกัดจับไว้ได้ที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 2 ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสระบุรี จว.สระบุรี พบรถยนต์คันต้องสงสัย ยี่ห้อปอร์เช่ ผ่านมาบริเวณดังกล่าวจึงได้เรียกให้หยุดรถและขอตรวจสอบใบขับขี่รถยนต์ พบว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ตรวจสอบประวัติพบว่า

ปี พ.ศ.2562 หมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 143/2562 ลง 31 พ.ค.62 ข้อหา “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น”(หมายที่ยังไม่ถูกจับกุม)

ปี พ.ศ.2562 หมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 144/2562 ลง 31 พ.ค.62 ข้อหา “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น” (หมายที่ยังไม่ถูกจับกุม)