จากกรณีคนร้ายจำนวน 3 คน ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิ่งใส่ นายภัธรชัย ทัดเทียม อายุ 27 ปี จนร่างพรุนเสียชีวิตคารถบริเวณริมถนนราชพฤกษ์ หมู่ 10 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ขณะขับรถยนต์มารับแฟนสาว โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งปมการก่อเหตุมาจากเรื่องที่นายภัธรชัย เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นคู่อริซึ่งเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งในพื้นที่เมืองนนท์ จนเป็นเรื่องบาดหมางกันและถูกขู่ ก่อนที่ต่อมาทาง สภ.บางศรีเมือง จะรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุจำนวน 3 คน คือ นายเทอดธรรม ศรีประทุม หรือ เบนซ์ อายุ 31ปี นายหนึ่ง บัวแดง หรือ บังจ๋า อายุ 34 ปี และนายชนภา ปริยกูล หรือ ศร อายุ 36 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีดังกล่าวล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายเทิดไท ทัดเทียม อายุ 50 ปี พร้อมด้วย น.ส.ศศินา เพ็งวิชัย อายุ22 ปี พ่อและแฟนสาวนายภัธรชัย ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก.2 บก.ป. เพื่อยื่นเรื่องร้องขอให้ทางกองปราบช่วยรับทำคดีดังกล่าวแทน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายเทิดไท กล่าวว่า การที่เดินทางมากองปราบในวันนี้ก็เพื่อต้องการให้ทางกองปราบช่วยรับทำคดี เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงยังกังวลในส่วนของเรื่องความปลอดภัย เพราะคนที่ตนเองคาดว่าน่าจะอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของลูกชายตนนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในพื้นที่ จ.นนทบุรี เพื่อความสบายใจจึงอยากให้กองปราบเป็นผู้ทำคดีนี้แทนตำรวจท้องที่ แม้คดีพึ่งจะเกิดขึ้นไม่นานแต่เพราะทุกวินาทีมีค่าไม่อยากรอให้เกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก คนในพื้นที่รู้ดีว่าบุคคลดังกล่าวมีอิทธิพลเพียงใด อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเรื่องถึงตอนนี้ตนเองยังไม่เคยได้รับการติดต่อมาจากผู้มีอิทธิพลดังกล่าว ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขื่อว่าผู้มีอิทธิพลคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นเป็นเพราะลูกชายตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครนอกจากลุ่มวัยรุ่นที่เป็นลูกของผู้มีอิทธิพลรายนี้เท่านั้น

ด้าน น.ส.ศศินา กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง จำหน้าคนร้ายได้ชัดเจน และตนเองก็รู้ดีเกี่ยวกับปัญหาความบาดหมางของนายภัธรชัยกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ จึงเป็นกังวลเหมือนกันว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย คนในพื้นที่รู้ดีว่าบุคคลกลุ่มนี้มีอิทธิพลมากเพียงใด ในวันนี้จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่จัดกำลังคุ้มครองความปลอดภัยให้กับตนเองและคนในครอบครัวด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเบื่องต้นได้รับเรื่องไว้ พร้อมกับสอบปากคำรายละเอียดทางคดีกับผู้ร้อง เพื่อนำไปรวบรวมส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ได้รับเรื่องไว้พิจารณาโดยสั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. จัดทีมลงพื้นที่ช่วยสืบสวนและติดตามไล่ลาตัวผู้ก่อเหตุ เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ไม่เกรงกลัวกฏหมาย ส่วนกรณีที่ทางพ่อของผู้เสียชีวิตร้องขอให้มีการโอนสำนวนคดีมายังกองปราบเป็นผู้ดำเนินการแทนนั้นก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยทางพ่อของผู้ตายก็จะต้องทำเรื่องร้องขออย่างเป็นทางการจากนั้นก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาอีกที แต่ทางครอบครัวของฝั่งผู้เสียชีวิตเองนั้นก็ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะกองปราบจะจัดทีมลงพื้นที่ข่วยสืบสวนคลี่คลายคดีด้วยอีกทาง