วันนี้ (29 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. พนักงานอัยการ พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ น.ส.ลักษณา (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อหรือพาไปเพื่อการอนาจาร สนองความใคร่ของผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และ ข้อหาค้ามนุษย์
ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 285, 286
จากกรณีจำเลยพาลูกสาววัย 13 ปี ไปที่ประเทศญี่ปุ่น อ้างว่าจะพาไปเที่ยว แต่กลับพาไปค้าประเวณีที่ร้านนวดแฝงบริการทางเพศในโตเกียว ก่อนจำเลยจะเดินทางไปค้าประเวณีที่ไต้หวันและถูกจับกุม ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายวัย 13 ปี หลบหนีออกมาได้และเข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว โดยผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จำเลยให้การรับสารภาพ
โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลได้อ่านผลการสืบเสาะประวัติของจำเลยให้จำเลยฟัง ซึ่งไม่พบการกระทำความผิดอาญามาก่อนและมีประวัติในการทำงานนวดที่ต่างประเทศครั้งละประมาณ 14-19 วัน มีรายได้ครั้งละประมาณ 50,000-80,000 บาทมาก่อน
ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่หนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกเป็นเวลา 5 ปี, ฐานกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การค้าประเวณีของผู้อื่นลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และฐานกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่การค้าประเวณีของผู้อื่น จำคุกเป็นเวลา 5 ปี รวมโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน ริบของกลางโทรศัพท์มือถือ

