เมื่อ วันที่ 9 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 ได้เชิญตัว นายศรสุวีย์ ภู่รวีรัศวัชรี  หรือเสี่ยบอย ที่สังคมโซเชียลแชร์ว่าเป็นผู้กักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยขณะที่ นายศรสุวีย์ เดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ตำรวจได้นำตัวขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการสำนักงานของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.(มค.,กศ.,สส.)โดยจะสอบถามถึง ถึงประเด็นที่มีการแชร์และไลฟ์เฟซบุ๊คว่ามีการกักตูนหน้ากากอนามัยกว่า 200 ล้านชิ้น เพื่อส่งไปขายที่ประเทศจีน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภายหลังจากการให้รายละเอียดต่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ นายศรสุวีย์ กล่าวว่า ภาพหน้ากากอนามัยที่โพสต์ลงเฟซบุ๊คตนก๊อปปี้มาจากคนอื่น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง เพราะตนทำอาชีพนายหน้า แต่หน้ากากอนามัยไม่มีอยู่จริง ภาพโรงงานที่ตนไลฟ์สดลงโซเชียลมีอยู่จริง เขาเปิดอย่างถูกต้อง ตนทำไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่เข้ามาซื้อของ สิ่งที่ทำไปทั้งหมดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่คลิปที่โพสต์เป็นช่วงที่ยังไม่ขาดแคลน จึงได้ตระเวนไปถ่ายภาพและสร้างภาพลักษณ์ รวมทั้งการโฆษณาเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ทั้งในเรื่องของราคา และ ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นวิธีการของกลุ่มนายหน้าที่ต้องการขายสินค้าแม้สินค้าจะไม่มีอยู่จริง ภายหลังการโฆษณาไม่มีลูกค้าสั่งสินค้ามาแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าไม่มีสินค้าตามที่กล่าวอ้าง ก่อนหน้านี้เคยขายหน้ากากอนามัยได้เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะได้ของไม่มีคุณภาพ พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนนายพิตตินันท์ รักเอียด คนติดตามของ ร.อ.ธรรมนัส เคยเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งตนเป็นคนขอเข้าไปถ่ายรูป แต่ไม่ได้เจรจาซื้อขายหน้ากากอนามัย รวมถึงตนไม่เคยเจรจาซื้อขายกับทางประเทศจีน

 

ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า หลังปรากฎคลิปดังกล่าวทางโซเชียลมีเดีย ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานมายังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด ขณะที่นายศรสุวีร์ ได้ประสานผ่าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ก.2 ขอเข้าพบตำรวจเเละขอชี้เเจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ซึ่งเป็นสิทธิของนายศรสุวีร์ ที่สามารถกระทำได้ ในส่วนของตำรวจขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งกล่าวหากับนายศรสุวีร์แต่อย่างใด เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังไม่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จะผิดจะถูกอย่างไรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นทั้งหมด 6 จุด รวมถึงโรงงานที่ปรากฎในคลิปด้วย ขณะนี้ยังดำเนินการตรวจค้นอยู่ จึงยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ว่าตรวจค้นเจออะไรบ้าง อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียง นายศรสุวีร์ เพียงคนเดียว หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนพฤติการณ์ของนายศรสุวีร์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือ ประกาศสินค้าควบคุมของกรมการค้าภายใน หรือ ผิดกฎหมายอื่นใดหรือไม่นั้น หากพบว่ามีความผิดก็จะถูกดำเนินคดีอยู่เเล้ว โดยมีการเตรียมพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาเทคโนโลยี( ปอท.)เเละเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน มาดำเนินการสอบสวนนายศรสุวีร์

ส่วนจะมีการเรียกผู้ที่ถูกพาดพิงอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การจะเรียกได้ ต้องดูว่าเกี่ยวข้องแบบไหน ถูกกล่าวอ้างเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ ทุกอย่างต้องทำตามพยานหลักฐาน ส่วนการเข้าตรวจค้นทั้ง 6 จุด ขณะนี้ก็ยังกำลังตรวจค้นอยู่ หลังจากวันนี้ไปแล้วก็น่าจะมีความชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินคดีกับนายสรสุวีร์ ในข้อหาใด หรือไม่ ยืนยันว่าหากการสอบสวนพบว่าเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย เราจะดำเนินคดีทั้งหมด ไม่มีข้ามอะไรทั้งนั้น

 

รายงานข่าวแจ้งว่าภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดคุยกับนายศรสุวีย์ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยหลังจากนี้จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า เป็นการเขิญมาสอบถามข้อเท็จจริง ในหลายประเด็นที่มีข้อสงสัย ไม่ใข่การสอบสวน หรือสอบปากคำ และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ เนื่องจากต้องสอบถามให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน อีกทั้งยังต้องรอผลการตรวจค้นเป้าหมายหลายจุด ซึ่งบางจุดเข้าไปแล้วยังไม่พบสิ่งผิดปกติ บางจุดยังอยู่ระหว่างรอหมายค้น เมื่อได้ผลตรวจค้นทั้งหมดมาแล้ว จึงจะนำไปประกอบคำชี้แจง ก่อนพิจารณาว่า จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่

 

มีรายงานข่าวว่า วันนี้มีการเข้าตรวจค้นรวมกว่า 10 จุด โดยมีการแบ่งงานให้ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ หนึ่งในนั้นเป็นโรงงานที่มีการอ้างว่า เป็นแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยจำนวนมากย่านมีนบุรี , อีกจุดเป็นบ้านพักของผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่มีการโพสต์ข้อมูลลงเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ยังมีชุดของตำรวจกองปราบปราม ที่ลงพื้นที่ไปตรวจค้นที่บ้านของนายศรสุวีร์ แต่พบแค่แฟนสาว ซึ่งให้ข้อมูลว่าเรื่องที่โพสต์เป็นเรื่องเก่า ก่อนที่ต่อมานายศรสุวีร์ จะเข้าพบตำรวจ และถูกพามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอีกชุดเป็นตำรวจสืบสวนนครบาล ที่ลงพื้นที่ 3 จุด ไปตรวจค้นจุดที่คาดว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา หรือมีการกักตุนสินค้า ทั้งนี้ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่วานนี้มีการโพสต์ข้อมูลของสื่อออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งตำรวจได้รวบรวมข้อมูลและสั่งการให้ชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา