วันนี้ ( 8 ก.พ.) ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก ,พ.ต.ต.พิเชต ชมมณฑา สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายเอกพล ประจันทร์นวล อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ที่ 377/2556 ลงวันที่ 4 พ.ย.2556 ข้อหา “ลักทรัพย์” ได้หน้าร้านอาหาร ถนนนายุง ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ. อุดรธานี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากกองปราบปราม ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า นายเอกพล ผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลอกลวงกลุ่มบุคคลทางภาคอีสาน โดยอ้างว่าตนเองเป็นนายหน้าซื้อที่ดินให้นายทุนชาวต่างชาติที่จะส่งเงินมาให้จำนวน 10 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างว่าสนิทสนมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และผู้มีชื่อเสียงในพื้นที่หลายคน เมื่อเหยื่อมีท่าทีหลงเชื่อผู้ต้องหาก็จะนำภาพที่ไปขอถ่ายกับนายตำรวจผู้ใหญ่และบุคคลมีชื่อเสียงเหล่านั้นมาให้ดู

ต่อมาผู้ต้องหาก็นัดหมายกับเหยื่อไปดูที่ดินตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วตกลงราคาการ ซื้อ-ขาย กับบุคคลต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน เมื่อทำการตกลงราคาซื้อขายที่ดินกันแล้วนายเอกพลก็จะขอเบิกเงินค่านายหน้าจากเจ้าของที่ดินไปเป็นค่าดำเนินการต่าง ๆ ในการทำสัญญานับล้านบาท และเมื่อถึงวันนัดหมายจ่ายเงินกัน นายเอกพล ก็มักจะมีข้ออ้างว่าเงินดอลลาร์ดังกล่าวต้องเสียค่าธรรมเนียมนำเข้าบ้าง หรือเงินดอลลาร์ถูกกักไว้ที่ประเทศเพื่อนบ้านบ้าง จนผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์จนนำมาสู่การออกหมายจับ กระทั่งสืบทราบว่ามาอยู่ที่ร้านอาหารดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม

มีรายงานว่าระหว่างชุดจับกุมเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ และได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ผู้ต้องหารายนี้ได้อ้างตัวว่าทำงานให้กับตำรวจกองปราบปราม รวมทั้งอ้างว่ารู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใน กองปราบปรามอีกด้วย

จากการสอบสวน นายเอกพล ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยนำเงินที่ได้ไปเล่นพนัน รวมทั้งใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในหลายท้องที่ อาทิ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, สน.ห้วยขวาง, สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู, สภ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี และสภ.เมืองนครสวรรค์ นอกจากพฤติกรรมหลอกลวงซื้อขายที่ดินแล้ว ผู้ต้องหารายนี้เคยแอบอ้างนายตำรวจระดับยศ พ.ต.อ. ซึ่งเป็นผู้กำกับสถานีในจังหวัดอุดรธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และอ้างสนิทตำรวจกองปราบ หลอกผู้ประกอบการในพื้นที่เชิดค่าที่พัก และค่าอาหาร เป็นเงินรวมกว่า 1 แสนบาท รวมถึงอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป