วันที่ 16 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5,พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส.,พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง​ ผบก.พฐก,,ผกก.สส.บก.ภ.จ.ขอนแก่น และ ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต บก.ตม.6​ ร่วมแถลงข่าวศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สตม.รวบ บุคคลตามหมายจับ Red Notice ชาวเกาหลีใต้ ข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าความเสียหายร่วม 500​ ล้านวอน

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายจียอง (MR.JIJEONG) สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 37 ปี บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลตามหมายจับ Red Notice No.A-8342/7-2019 ลงวันที่ 31/08/ข้อหา “ฉ้อโกง” พฤติการณ์ในการกระทำผิดคือ

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2561 ผู้ต้องสงสัยได้หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นสมาชิกออนไลน์ของ คลับการท่องเที่ยว VIP ว่าเมื่อร่วมลงทุนกับธุรกิจของครอบครัวผู้ต้องสงสัยที่เวียดนาม จะได้ผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน จากจำนวนเงินที่ได้ลงทุนไป แต่ในความเป็นจริงนั้น ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยไม่ได้ดําเนินธุรกิจในเวียดนาม แต่อย่างใด ดังนั้นแม้จะได้รับเงินลงทุนจากผู้เสียหายมาก็ไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ได้ ผู้ต้องสงสัยได้หลอกลวงเงินจากผู้เสียหายโดยใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2561 ถึง 16 เมษายน 2562 เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านวอน​ หรือประมาณ 13 ล้านบาท จากผู้เสียหาย 7 ราย

จากการสืบสวนทราบว่า นายจียอง (MR. JIJEONG) เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้เดินทางเข้ามา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ได้รับประเภท วีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ซึ่งจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวของชุดสืบสวน พบว่า นายจียอง (MR. JIJEONG) ได้พักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.45 น. ของวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานภูตเกาหลีใต้ พบนายจียอง (MR. JIJEONG) อยู่บริเวณสถานภูตเกาหลี เวลาประมาณ 13.30 น.ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานตำรวจชุดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สตม. จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตั้งแต่บริเวณสถานทูตเกาหลีไปจนถึงบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ พบนายจียอง (MR. JIJEONG) อยู่บริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นายจียอง (MR. JIJEONG) อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการสอบถามนายจียอง (MR.JIJEONG) ได้ยอมรับว่าเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนทำการจับกุม เจ้าพนักงานผู้จับกุมได้แจ้งรายละเอียดแห่งการจับกุมให้ผู้ถูกจับทราบว่า ผู้ถูกจับกุมอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เป็นเหตุให้ต้องถูกจับกุมตัวและต้องไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนพร้อมผู้จับกุม ถูกจับแล้ว เจ้าหน้าที่ สตม. จึงได้ทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง