เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2562 ที่ จว.ภูเก็ต ผู้สื่อข่าว ไทยแทบลอยด์ รายงานว่า เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวโปแลนด์ไปกับเพื่อนหญิงชาวไทย แล้วสูญหายอย่างไร้ร่องรอย หลังเช่าเรือคายัคจากชาวบ้านบริเวณหาดยะนุ้ย หมู่ที่ 6 บ้านแหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต มุ่งหน้าออกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเกาะแก้วพิสดาร ห่างฝั่งประมาณ 2 ไมล์ทะเล เพื่ออ้อมไปทางด้านหลังเกาะ พร้อมกับเพื่อนชาวไทยและชาวต่างชาติอีก 5 คน รวมทั้งหมด 7 คน โดยใช้เรือคายัคจำนวน 4 ลำ ทั้งหมดพายเรือออกไปตั้งแต่ เวลา 16.40 ของวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาโดยช่วยกันพายไปลำละ 2 คน กระทั่งเวลา 18.30 น. เพื่อนส่วนหนึ่งได้กลับขึ้นฝั่งจำนวน 3 ลำ แต่อีกอีก 1 ลำหายไป โดยมีนาย Mr.Mateusz Juszkiewicz อายุ 27 ปี สัญชาติโปแลนด์ และ นางสาววีรกานต์ ศิริวิภากรณ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 3 ซอยฟ้าทอง ตำบลสุขสำราญ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อนๆ รออยู่นานก็ยังไม่กลับเข้าฝั่ง เบื้องต้นเพื่อนนักท่องเที่ยวที่มาด้วยกันแจ้งว่า ผู้ประสบเหตุได้โทรศัพท์แจ้งมาว่ายังพายเรืออยู่นอกชายฝั่ง ไม่สามารถบังคับเรือกลับเข้าฝั่งได้ เพราะถูกกระแสน้ำพัดเรือออกไปไกลจากฝั่งมาก ขณะเกิดเหตุคลื่นลมค่อนข้างแรง ความเร็วลมประมาณ 30 น๊อต และทราบว่าผู้ประสบเหตุถูกคลื่นซัดจนเรือจน แต่สามารถเกาะเรือไว้ได้ จนกระทั่ง เวลา 18.30 น. ก็ไม่สามารถติดต่อกับผู้สูญหายทั้ง 2 รายได้อีก

พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผบก.ทท.3 เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าของเรือทราบว่า เพื่อน ๆ และผู้สูญหายรวมทั้งหมด 7 คน มีผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 2 คน กลับเข้ามา 3 ลำ อีก 1ลำ บนเรือที่ไม่ได้เข้ามาที่ฝั่งเป็นชาวโปแลนด์พร้อมสาวไทยโดยทั้งสองคน พายเรือกันออกไป กับกลุ่มเพื่อน แต่เรือของเขาอยู่ด้านหลังลำสุดท้าย จากนั้น เจอกระแสน้ำที่รุนแรง ทำให้ เรือพลิกคว่ำ ผู้สูญหายทั้งสองคนได้พยายามขึ้นเรือแต่ไม้พายของเรือหายไป เขาได้โทรศัพท์ส่งตำแหน่งที่ประสบเหตุให้เพื่อนของเขาทราบเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อตรวจสอบตามพิกัดดังกล่าวพบว่า อยู่ระหว่างเกาะมัน กับเกาะแก้ว ห่างฝั่งประมาณ 6 ไมล์ทะเล ซึ่งเขาแจ้งว่าไม่มีไม้พายเรือ คาดว่า กระแสน้ำได้พัดพาเรือออกไปทางหาดกะรน ทางเจ้าของเรือนำสปีดโบ๊ทออกตามหาแต่ยังไม่พบ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ การลาดตระเวนทางเรือได้ประสานความร่วมมือทัพเรือภาคที่ 3 ทำการค้นหา เป็นการด่วนแล้ว

พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าผู้สูญหายทั่งสองน่าจะยังปลอดภัย เพราะก่อนขาดการติดต่อได้รับแจ้งว่าทั้ง 2 คนเกาะเรือคายัคลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งพัดห่างออกไปจากฝั่งเรื่อยๆ และเป็นไปได้ว่าผู้สูญหายทั้ง 2 คน อาจถูกกระแสน้ำพัดไปติดเกาะ หรือพัดเข้าชายฝั่งบริเวณหาดกะตะ กะรน หรือจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งการค้นหายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ถ้าหากคืนนี้ยังไม่พบผู้สูญหายทั้งสองคน ทางตำรวจท่องเที่ยวจะนำเฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งในช่วงเช้า (8 ธ.ค.)จะมีการวางแผนเริ่มค้นหาตั้งแต่เวลา 06.00 น. ไปพร้อมๆ กับการค้นหาทางภาคพื้นดิน และทางทะเล จนกว่าจะพบตัวผู้สูญหายทั้ง 2 ราย

ในขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ได้นำเรือเจ้สสกี และเรือสปีดโบ๊ท ออกไปค้นหาทั่วบริเวณรอบเกาะ และจุดที่คาดว่าเรือคายัคพลิกคว่ำ แต่ไม่พบร่องรอย จึงได้แจ้งประสานไปยังเทศบาลตำบลราไวย์ ทัพเรือภาคที่ 3 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อหาทางช่วยเหลือ และค้นหาผู้สูญหายทั้ง 2 ราย โดยใช้เรือ ต. เรือสปีทโบ๊ท และแจ๊สสกี โดยได้มีการประสานงานกับเรือประมงที่ออกหาปลาอยู่บริเวณใกล้เคียง ให้ช่วยค้นหาบริเวณหลังเกาะมันและเกาะแก้วพิสดารด้วย แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมานานกว่า 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหายทั้ง 2 ราย เนื่องจากสภาพอากาศที่มีคลื่นลมแรง ประกอบกับเป็นช่วงเวลาค่ำ ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก ทัศนวิสัยการมองเห็นอยู่ในระยะที่จำกัด

ซึ่งจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าผู้สูญหายทั่งสองน่าจะยังปลอดภัย เพราะก่อนขาดการติดต่อได้รับแจ้งว่าทั้ง 2 คนเกาะเรือคายัคลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งพัดห่างออกไปจากฝั่งเรื่อยๆ และเป็นไปได้ว่าผู้สูญหายทั้ง 2 คน อาจถูกกระแสน้ำพัดไปติดเกาะ หรือพัดเข้าชายฝั่งบริเวณหาดกะตะ กะรน หรือจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งการค้นหายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง “พล.ต.ต.กฤษศักดิ์”กล่าว