วันนี้ 14 พฤศจิกายน 2562 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และพลตำรวจตรี พรชัย ขันตี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักรโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานให้รวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการส่งและรับข้อมูลคำสั่งศาลที่ห้ามผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร รวมถึงคำสั่งศาลที่อนุญาตให้บุคคลดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และการเพิกถอนคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักร โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจากระบบฐานข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรม ผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Government Information Network : GIN) ไปยังระบบฐานข้อมูล BIOMETRICS ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่มีการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ มีรายชื่อบุคคลที่ต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร รวมทั้งบุคคลที่ได้รับอนุญาตชั่วคราวให้ออกนอกราชอาณาจักรหรือศาลได้เพิกถอนคำสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักรแล้ว แบบ real-time ทันทีที่เจ้าหน้าที่ของศาลส่งข้อมูลคำสั่งศาลผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลนี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อใช้ตรวจสอบบุคคลดังกล่าวโดยไม่ก่อให้เกิดข้อขัดข้องในการเดินทาง และสามารถสกัดกั้นการเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาลได้ทันที

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

 

โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมและเป็นการให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ทั้งยังส่งเสริมให้การทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในอนาคตสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาปรับปรุงระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลด้านอื่น ๆ ต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันมากขึ้น

ด้าน พลตำรวจตรี พรชัย กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานศาลยุติธรรม ในการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศกัน กรณีการเชื่อมโยง ตามคำสั่งศาลห้ามบุคคลเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร เพื่อนำไปใช้ในการตรวจสอบการเข้าออกบุคคลดังกล่าว และดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานทั้งสอง พร้อมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่บุคคลในคำสั่ง กรณีหากศาลมีคำสั่งยกเลิกการห้ามเดินทางของบุคคล บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องมาติดต่อกับทางสำนักงานตรวจคจเข้าเมืองด้วยตนเอง ทั้งนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ฯ

นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคเข้าเมืองได้นำระบบไบโอเมตริค มาใช้ในการตรวจเข้าออกราชอาณาจักรของบุคคลทั่วไป เป็นระบบที่ทันสมัยมีการตรวจเช็คตัวบคุคลด้วยลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่าย และมีความพร้อมที่จะเชื่อมโยงระบบสารสนเทศกับทุกหน่วยงานราชการ เพื่อำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไปด้วย