พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งเจ้าหน้าที่แรงงานชี้แจงข้อเท็จจริงตามกฎหมายพร้อมร่วมมือกับตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศ หลังพบแรงงานไทยถูกชักชวนหลบหนีทัวร์ลักลอบทำงานเกาหลีใต้ ต้องอยู่อย่างลำบาก ถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง ในที่สุดต้องจบชีวิตลง ขณะที่กรมการจัดหางานจัดตั้งชุดเฝ้าระวัง ใช้สายตรวจออนไลน์คอยตรวจสอบพฤติการณ์ขบวนการค้ามนุษย์และกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากกรณีที่มีคนหางานเดินทางไปเกาหลีใต้กับกรุ๊ปทัวร์แล้วหนีทัวร์ท่องเที่ยวไปหางานทำ แต่กลับไม่ได้ทำงานตามที่คาดหวัง ซ้ำยังถูกเอารัดเอาเปรียบเพราะนายจ้างทราบว่าลักลอบเข้าเมืองมาทำงาน ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน อดมื้อกินมื้อ จนในที่สุดเงินหมด ต้องผูกคอเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานห่วงใยในปัญหาดังกล่าว โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลให้คำแนะนำ ชี้แจงข้อเท็จจริงตามกฎหมายให้กับญาติแรงงานที่เสียชีวิตและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือต่อไป ทั้งยังให้ร่วมมือกับตำรวจดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงแรงงานและประชาสัมพันธ์กระตุ้นเตือนให้คนหางานรับรู้และเข้าใจว่าการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และมีโทษหนัก ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้รวบรวมผลการดำเนินคดีผู้ที่หลอกลวงคนหางานผ่านทางสื่อโซเชียล พร้อมจัดตั้งชุดเฝ้าระวัง และตรวจสอบเว็ปไซต์ที่มีพฤติกรรมในการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศ และใช้สายตรวจออนไลน์คอยตรวจสอบ เฝ้าระวังพฤติการณ์ของขบวนการค้ามนุษย์และกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดี และโพสต์ข้อความเตือนชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศไปยังFacebook ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีสถิติการโพสต์ตอบโต้จำนวน 733 เฟส

นายอนุรักษ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 3-10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537