เจอตัวแล้ว หนุ่มเลี้ยงวัว ถูกอุ้มซ้อมคาบ้านพักกลางดึก ที่แท้ถูกจับขยายผลคดียา เผยเพื่อนสนิทถูกจับก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง แต่เรื่องโอละพ่อตำรวจชุดจับนอกรีตเรียกไถเงินแลกลดข้อหา ก่อนถูกซ้อนแผนจับติดคุกตามผู้ต้องหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายกำพล เสือดาว อายุ 62 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วยครอบครัว เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนยังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลัง นายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี หลานชาย ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายภายในบ้านพัก ก่อนพาตัวหายออกจากบ้านพักในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ไปตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่านายสุรัช จะได้รับอันตราย ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้าแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ภายหลังรับเรื่องได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ที่กำลังสืบสวนติดตามพฤติกรรมของนายสุรัช และกลุ่มเพื่อน หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่นำตัวนายสุรัช ออกไปจากบ้านพักนั้นก็เพื่อนำตัวไปทำการขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดและยาเสพติดของกลาง ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีการส่งตัวนายสุรัช ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง รับตัวไปดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังการนำตัวไปขยายผลพบยาเสพติดเป็นยาบ้าของกลางจำนวน 60 เม็ด ส่วนกรณีที่ทางญาติของนายสุรัช ยังคงติดใจเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ใช้ความรุนแรงนั้น ก็สามารถเข้าแจ้งความกับทางตำรวจท้องที่ได้ แต่หากมองว่ากลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถมาเข้าแจ้งความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวกับทางตำรวจกองปราบได้ เพราะพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากกรณีของนายสุรัช แล้ว เมื่อวานที่ผ่านมา(24 ต.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ชป.ข่าว กกล.สุรสีห์ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากญาติ ของ นายศราวุฒิ สมศรี เพื่อนสนิทของนายสุรัช ว่า ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา และมีการเรียกรับทรัพย์สินเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท จากทางญาติ เพื่อต่อรองในการเปลี่ยนข้อหา และของกลาง แต่ทางญาติของนายศราวุฒิ ไม่มีเงินพอและเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้มาขอความช่วยเหลือ ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ชป.ข่าว กกล.สุรสีห์ จึงได้ประสานไปยัง กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กระทั่งเมื่อทราบว่ามีการเรียกรับเงินวิ่งเต้นคดีจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี จึงได้วางแผนจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ด้วยการทำทีให้ญาติของนายศราวุฒิ ยินยอมที่จะนำเงินไปมอบให้กับชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ในเบื้องต้นเป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท โดยนัดหมายส่งมอบเงินกันที่บ้านพักของนายศราวุฒิ ในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงกระจายเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเมื่อถึงเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี ได้พบเห็น ร.ต.อ.อัศวิน บุนนาค รอง สว.สส.สภ.ท่าม่วง พร้อม จ.ส.ต.อนุสรณ์ เกษมโสต ส.ตทณัฐพษ์ สุนโท สังกัด สภ.ท่าม่วง และนายปัญญา มั่นคง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจ เดินเข้ามารับเงินดังกล่าวจากญาติผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม พร้อมกับแจ้งข้อกล่าว “ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง” แก่ร.ต.อ.อัศวิน ,จ.ส.ต.อนุสรณ์ , ส.ตทณัฐพษ์ และแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นผู้สนัสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกัน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชนอื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง ” แก่นายปัญญา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับทั้ง 2 คดีนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดที่เข้าจับกุมตัว นายสุรัช และ นายศราวุฒิ นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกันด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายสุรัช และนายศราวุฒิ นั้นเป็นเพื่อนสนิทกันและช่วงเวลาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดจับกุมก็อยู่ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน