นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย ขอชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีไทยรัฐทีวีเสนอข่าว นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืน ว่ากระทรวงมหาดไทย จัดงบประมาณแผ่นดินสูงถึง 2,000 ล้านบาท เพื่อเรียกประชุมชาวบ้านกว่า 80,000 หมู่บ้าน 10 เรื่อง 4 ประเด็น มีภารกิจ 10 เรื่อง เป็นเรื่องที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยทำอยู่แล้วแต่ภาระตกที่อำเภอ ต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเกณฑ์คนทุกหมู่บ้านมาประชุมให้ได้ โดยเฉพาะผู้มีบัตรคนจน มีการจ่ายค่าวิทยากร และเลี้ยงอาหารกลางวันชาวบ้านหัวละ 50 บาท เป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่
นายนิสิตกล่าวว่า โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” เป็นการบูรณาการงานของรัฐบาลและทุกกระทรวง ทั้งงานตามนโยบายสำคัญ งานตามภารกิจ และงานเชิงพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและเป็นภาระของประชาชนในพื้นที่ แผนงานระดับชาติต่างๆ โดยเป็นการต่อยอดขยายผลจาก “แนวคิดประชารัฐ” และการมีส่วนร่วม เกิดเป็น 3 ประสาน “ราษฎร์ รัฐ และเอกชน” เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างการพัฒนาได้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืน
นายนิสิตกล่าวต่อไปว่า กลไกขับเคลื่อนการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน อาศัยกลไกระดับต่าง ๆ ทั้งระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ โดยมีทีมระดับตำบล ที่เรียกว่า “ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล” เป็นกลไกขับเคลื่อนงานของรัฐบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่/หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่/ปราชญ์ชาวบ้าน/จิตอาสาในพื้นที่ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่เป็นอย่างดี จำนวน 7 – 12 คน จำนวน 7,663 ทีม ลงไปในพื้นที่เป้าหมาย  ทั่วประเทศ จำนวน 83,151 หมู่บ้าน/ชุมชน 76 จังหวัด 878 อำเภอ และกรุงเทพมหานคร โดยจะดำเนินการลงพื้นที่หมู่บ้านละ 4 ครั้ง เพื่อการสร้างการรับรู้  ความเข้าใจให้กับประชาชนถึงการทำงานของรัฐบาล แผนงาน/โครงการ และงบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ ลงไปดำเนินการในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ตลอดจนชี้แจงองค์ความรู้สำคัญที่ประชาชนควรรับรู้รับทราบ เช่น ความรู้เรื่องสิทธิ/หน้าที่/กฎหมายเพื่อการเป็นพลเมืองที่ดี ความรู้เรื่องกลไกการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงบประมาณ ความรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์   ทรงเป็นประมุข หลักธรรมาภิบาล และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาความเดือดร้อน และค้นหาความต้องการของประชาชน/หมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อจัดทำแผนงาน/โครงการเสนอตามกรอบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ (การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาเชิงพื้นที่ และการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป
“กระทรวงมหาดไทยขอเรียนว่า โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดความเหลื่อมล้ำ มุ่งแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ จึงถือเป็นโครงการของทุกคน  ทุกฝ่าย ที่จะได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อไป” นายนิสิต กล่าว