ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานความคืบหน้าคดี นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการบริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง และ พวก ลักลอบล่าสัตว์ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยวันนี้จะทำการเชิญเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เข้าเวร และ มีหน้าที่เกี่ยวข้องในช่วงที่นายเปรมชัย และ พวกเดินทางเข้าไปในป่า มาสอบปากคำให้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับคดีลักลอบฆ่าสัตว์ป่า รวมถึงกรณีที่มีคลิปเสียง อ้างเป็นของนายเปรมชัย เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนลักษณะมีการเจรจาต่อรองเมื่อถูกจับกุม โดยจะพิจารณาหลักฐานในประเด็นนี้หากมีพยานหลักฐาน และ ข้อมูลที่ชี้ว่ามีความพยายามในการติดสินบนเจ้าพนักงานก็จะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ปรากฏเป็นเจ้าของเสียงในคลิปเสียง ในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานด้วย

อีกทั้งจากการตรวจสอบงาช้างสองคู่ที่พบภายในบ้านพักของนายเปรมชัย และ อายัดมาตรวจสอบนั้น จากการดูลักษณะเบื้องต้นสงสัยว่าอาจไม่ใช่งาช้างไทย หรือ ช้างในเอเซีย แม้จะมีการแสดงใบอนุญาตครอบครอง แต่ก็ต้องดูว่า ใบอนุญาตกับงาช้างตรงกันหรือไม่ แจ้งขออนุญาตถูกต้องจริงหรือไม่ หากไม่ใช่งาช้างไทยเป็นงาช้างที่ต้องห้ามก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่น

พ.ต.อ สุวัฒน์ อินทิสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี นายเปรมชัย ว่า วันนี้จะมีการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่อุทยานที่ปฎิบัติงานในวันที่ นายเปรมชัย และ คณะเดินทางเข้าเขตอุทยาน เพื่อสอบถามข้อมูลในบางประเด็น และ สอบถามระเบียบการปฎิบัติหน้าที่ ว่า นายเปรมชัย เข้าไปพักในเขตอุทยานได้อย่างไร และขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพบเห็นอะไรบ้าง ส่วนการจะสอบปากคำนาย เปรมชัย เพิ่มเติมหรือไม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.ทองภาภูมิ ซึ่งทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่เพียงสนับสนุนข้อมูลเท่านั้น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย กรรณสูตร นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง หลังเข้าไปล่าสัตว์ป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าข่ายความผิดในมาตรา 157 ละเว้น การปฎิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ส่วนกรณีคลิปเสียงการเจรจาต่อรองไม่ให้ถูกดำเนินคดี นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ว่า เข้าข่ายโน้มน้าวเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งหากพบเข้าข่ายการกระทำผิด เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ทันที อีกทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป. จะเข้ามารับผิดชอบกรณีดังกล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวยืนยันอีกว่า จากพยานหลักฐานที่มีในขณะนี้ อาทิ อาวุธปืน เครื่องกระสุน ร่องรอยลูกกระสุนในตัวสัตว์ ก็เพียงต่อการดำเนินคดีแล้ว เนื่องจากขณะนี้พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ครบถ้วน และ เชื่อว่าอัยการจะสามารถส่งฟ้องต่อศาลได้อย่างแน่นอน อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่า จะมีอิทธิพลใด ๆ มากดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากคดีดังกล่าวทางนายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม รอง ผบ.ตร.ได้กำชับไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานให้พนักงานสอบสวนทราบหาก นายเปรมชัย เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากการประกันตัวในชั้นศาล ศาลไม่ได้ระบุกรณีห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้ผู้ต้อฝหาเดินทางออกนอกประเทศได้อย่างถูกต้อง ส่วนผลตรวจเขมาดินปืนนั้น จะทราบภายใน 1 เดือน หลังจากทำกาาตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์