ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเดินการดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ซีอีโอ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวน จะส่งผลให้ บมจ.อิตาเลียนไทยฯ จะถูกขึ้นบัญชีดำ(แบล็กลิสต์) ไม่ให้ได้รับงานโครงการของรัฐหรือไม่ ว่า การกระทำความผิดของนายเปรมชัย เป็นความผิดส่วนบุคคล ไม่ใช่กระทำผิดในนามบริษัท ซึ่งความเป็นนิติบุคคลกับส่วนบุคคลนั้นแยกจากกัน บริษัทของเขาเป็นผู้เข้าประมูล โดยเป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นมาก ซึ่งผู้ถือหุ้นอาจรู้หรือไม่รู้เรื่องเลย ขณะที่บริษัทอาจเปลี่ยนตัวประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ)ก็ได้ และไม่ใช่การเข้าป่าล่าสัตว์แล้วเอามาให้บริษัท จึงถือเป็นคนละส่วนกัน ต้องแยกให้ออก การทำสัมปทานกับรัฐต้องไปประมูล ในบริษัทนี้มีหลายหุ้นส่วน ดังนั้น จะไปเอาผิดทั้งบริษัทไม่ได้

ในอีกกรณีบนโลกโซเชียล ที่มีการเรียกร้องให้คว่ำบาตรไอทีดี นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องของโลกโซเชียล ตนไม่รู้จะพูดอย่างไร

ต่อมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากระแสข่าวในเรื่องนี้ไปถึงหลายประเทศซึ่งสนใจเรื่องนี้ จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่อยาก ก็ดีแล้ว ถูกต้อง เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นที่ไหน คนต้องสนใจที่นั่นอยู่แล้ว ถ้าเราอยู่ในประชาคมประเทศภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ที่ดูแลคุ้มครองสัตว์ป่า คนต้องให้ความสนใจในหลายประเด็น ซึ่งมีทั้งการให้ความสนใจว่าคนนั้นจะรับผิดอย่างไร มีโทษอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนต่อไป

“คนให้ความสนใจอยู่แล้ว เพราะบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่มรดกโลก และไม่ว่าจะเป็นมรดกโลกหรือไม่ สิ่งสำคัญ คือเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทยที่เราหวงแหน มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและตื่นเต้นมาก ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และเรื่องนี้ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณเปรมชัยหรือไม่ แต่การเข้าป่าล่าสัตว์ไม่ควรมีขึ้นอีกแล้ว เป็นบาป ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ไม่ถูกต้อง จึงถูกต้องแล้วที่ทุกคนต้องจับตาดูและเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ อย่าพูดอะไรที่บั่นทอนหรือจ้องจับผิด ท่ามกลางคนที่เป็นวีรบุรุษทำสิ่งที่ดี ถ้าจะจับผิดอะไรก็จับผิดได้หมด แล้วถ้าเอาจุดเหล่านั้นมาเป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าเป็นการสร้างกระแสมากลบอะไรบางอย่าง ดังนั้นอย่าไปสนใจสิ่งเหล่านั้น แต่ทำให้ความจริงออกมาให้ได้”นายวิษณุ กล่าว