นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาล โดยของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)ได้มีมาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะตั้งแต่ปี 2557 และดำเนินการย้ายรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าไปอยู่ยังพื้นที่ของสถานีขนส่งต่างๆ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ทั้งที่สถานีขนส่งดังกล่าว ยังไม่มีความพร้อมที่จะรองรับรถตู้โดยสารที่มีจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากต่อผู้ประกอบการและประชาชนผู้โดยสารที่ใช้รถตู้โดยสารในการเดินทาง อาทิเช่น ความแออัดของสถานที่จำหน่ายตั๋ว จุดจอดรถ ที่พักผู้โดยสารไม่เพียงพอ เกิดความลำบากและความสับสนของผู้โดยสารที่เดินทางไปยังจุดจอดรถ โดยเฉพาะเวลาฝนตกมีน้ำท่วมขังปริมาณสูง ผู้ประกอบการต้องยืนแช่น้ำจำหน่ายตั๋ว และผู้โดยสารต้องเดินลุยน้ำมายังจุดจอดรถ จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้โดยสารมีจำนวนลดลงมากกว่าร้อยละ 50 ทั้งที่รถตู้โดยสารสาธารณะ มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ตั้งแต่ในการจัดทำป้ายเหลือง ประมาณ 40,000 บาท เสียค่าใบเวลาต่อเที่ยว ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะประสบภาวะขาดทุน ถูกยึดรถ มีหนี้สิน หมดช่องทางทำมาหากิน และต้องเลิกกิจการไปในที่สุด

นายศรีสุวรรณกล่าวต่อไปว่า ปัญหาดังกล่าวไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการรถตู้ฯได้ประชุมร่วมกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาใดๆ จึงไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการรถตู้ฯ ที่ทำมาหากินโดยสุจริต นอกจากนี้ บริษัทขนส่ง จำกัด ไม่ได้จัดที่ขายตั๋วแก่ผู้ประกอบการให้เพียงพอ แต่กลับมีมาตรการการขายตั๋วรวม ดำเนินการก่อสร้างสถานีขนส่งรถโดยสารขนาดเล็ก(จตุจักร) และจะจัดตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารรถตู้โดยสารสาธารณะเพียง จำนวน 4 จุด และย้ายจุดจำหน่ายตั๋วเดิมของรถตู้แต่ละวินที่มีอยู่ จำนวน 189 วินมาร่วมกันในสถานีรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) แห่งใหม่หน้าหมอชิต ซึ่งการกระทำดังกล่าวบริษัทขนส่งฯไม่ได้ถามความเห็นหรือได้รับความสมัครใจจากผู้ประกอบการใดๆ นอกจากนี้ได้ให้ บริษัท ไอดี แม็กซิมั่ม จำกัด เป็นผู้จัดการระบบขายตั๋วรวมทั้งหมด และหักเปอร์เซ็นต์จากค่าโดยสาร ร้อยละ 8 (ซึ่งบริษัทขนส่งจำกัด ชี้แจงว่าไม่มีผลประโยชน์กับบริษัทไอดีแม็กซิมั่ม จำกัด ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่าทำไมต้องเป็นบริษัทนี้ และทำไมบริษัทขนส่ง จำกัด จึงไม่ให้ผู้ประกอบการจำหน่วยตั๋วเอง แต่กลับให้บริษัทดังกล่าว เข้ามาจำหน่ายตั๋วและหักเปอร์เซ็นต์ค่าโดยสาร โดยไม่มีการประมูลตามระเบียบวิธีราชการ ) พร้อมทั้งได้ออกหนังสือให้ผู้ประกอบการ เข้ารับฟังวิธีการจำหน่ายตั๋วจากบริษัทดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ยอมรับและคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวไปไม่เป็นธรรม และเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง

นายศรีสุวรรณกล่าวถึงท้ายว่า ด้วยเหตุดังกล่าวน่าจะเป็นการใช้อำนาจและการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม และอาจส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนทั้งผู้ประกอบการรถตู้และผู้โดยสาร สมาคมฯ จึงจำต้องนำความไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจดังกล่าวในวันอังคารที่ 6 ก.พ.2561 เวลา 10.30 น. ณ สนง.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 903 ชั้น 9 อาคารศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.