ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ว่า ในวันที่ 9 ก.ค.พรรคจะมีการประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและส.ส.เพื่อหาข้อสรุปผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ได้แก่ เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรี หลังจากส.ส.บางส่วนพลาดเก้าอี้รัฐมนตรี จากที่หารือกันไว้เบื้องต้นกำหนดไว้หลายทางเลือก คือ ให้ผู้ที่เป็น ส.ส.ไปดำรงตำแหน่งเพื่อมีประสบการณ์ด้านการบริหาร เนื่องจากมีส.ส.บางส่วนแสดงความประสงค์จะไปดำรงตำแหน่งข้าราชการเมือง

โดยให้เหตุผลว่า สามารถดำรงตำแหน่งได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดข้อห้ามเอาไว้ และไม่ขัดมาตรา 184 และ 185 ของรัฐธรรมนูญ ปี 60 ที่ได้บัญญัติเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไว้ เช่น หาก ส.ส.คนใดมีบริษัทด้านพลังงาน แต่ไปดำรงตำแหน่งข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ไม่น่าจะขัดมาตราดังกล่าว แต่บางส่วนคัดค้านเนื่องจากมองว่า หากแต่งตั้งไปจะเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญในมาตรา 184 และ 185 และถูกยื่นตีความในภายหลังได้ และหวั่นมีปัญหาการแบ่งเวลาทำหน้าที่ส.ส.ในสภาฯที่ถือว่าอันตราย เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ

ทั้งนี้ ทำให้บางส่วนเสนอให้ผู้เป็นส.ส.สอบตกมาดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองดีกว่า แต่ต้องได้รับเลือกมาเป็นอันดับ 2 ที่มีคะแนนสูง 2-3 หมื่นคะแนน เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดในฐานเสียงของตัวเองได้ และอาจพิจารณาจากผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่มีโอกาสได้เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.และสมาชิกพรรคไปดำรงตำแหน่ง หรือจะพิจารณาแบบผสมคละกันไป แต่ต้องออกเป็นมติพรรค เพื่อป้องกันปัญหาเกิดความไม่พอใจภายในพรรคซ้ำรอยกับการจัดโผครม.ก่อนพรรคจะทยอยส่งชื่อผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง หลัง ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้วและต้องส่งไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเช่นเดียวกับรัฐมนตรี