เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 นายไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขียนบทความ “อยากตั้งคำถามเรื่องการจัดการป่าของรัฐไทย” กล่าวถึงนโยบายด้านทรัพยากรป่าไม้ของไทย ว่าเหตุใดภาครัฐถึงผูกขาดการบริหารจัดการไว้เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม อีกทั้งเอาเข้าจริงยังปรากฏภาพการขับไล่คนจนออกจากป่าแต่เอาพื้นที่ไปให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ ดังนี้

นับตั้งแต่รัฐไทยเป็นรัฐ-ชาติสมัยใหม่ การจัดการป่าไม้ของรัฐไทยเป็นการจัดการที่ยึดหลักอรรถประโยชน์นิยมโดยการนำไปให้เอกชนสัมปทาน จนกระทั่งเกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่มในปี 2531 การสัมปทานทำไม้ทั่วประเทศก็ยุติลง แต่การทำลายป่าก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่รัฐนำป่าไปให้เอกชนแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่น เช่น การทำเหมือง หรือไม่ก็ให้หน่วยงานของรัฐเองทำลายป่าเสียเอง เช่น การสร้างเขื่อน หรือกรณีหมู่บ้านป่าแหว่ง ฯลฯ

บางกรณีเลวร้ายถึงขั้นยึดป่าจากชุมชนไปประเคนให้ทุน ดังกรณีของการยึดป่าชุมชนไชยา ไปสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่หนองคาย ขณะที่ในทศวรรษ 2500 ชนชั้นนำของรัฐไทยเริ่มนำแนวคิดการอนุรักษ์เข้ามาจัดการป่าไม้ หลังจากนั้น การอนุรักษ์ป่าจึงตกอยู่ในแนวคิดการแยกคนออกจากป่าตามแนวคิดนิเวศวิทยากระแสหลัก และมีการประกาศเขตอนุรักษ์ และไล่คนออกไป

ในการอนุรักษ์ รัฐไทยและชนชั้นนำ รวมไปถึงนักจัดการป่าไม้ ก็ชี้นิ้วไปที่คนจนว่า คนเหล่านั้นคือตัวการทำลายป่า เมื่อบวกกับรัฐไทยเป็นรัฐราชการ การอนุรักษ์ป่าไม้ที่มองคนจนว่าเป็นตัวการทำลายป่าก็นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนมาตลอด ยิ่งในช่วงที่รัฐบาลมาจากการรัฐประหาร การละเมิดสิทธิมนุษยชนยิ่งมีมากขึ้น เพราะทัศนะของราชการมองคนยากคนจนเป็นศัตรู เป็นอาชญากรของชาติ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนทั้งกรณีของโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ผู้ยากไร้ (คจก.) ในยุค รสช. และนโยบายทวงคืนผืนป่าในยุค คสช.

การอนุรักษ์แบบนี้จะไม่มีวันสำเร็จได้ เพราะเอาเข้าจริง รัฐก็ไม่ได้ปกป้องป่าอย่างแท้จริง เห็นได้จากการเอาป่าไปให้เอกชนแสวงหาประโยชน์ หรือไม่ก็ทำลายเสียเอง ขณะเดียวกัน คนจนก็จะถูกจับขังคุกไปเรื่อยๆ สังคมไทยต้องตั้งคำถามได้แล้วว่า การอนุรักษ์ที่จับคนจนขังคุก สังคมไทยได้อะไร? ทำไมเราต้องจำนนกับความคิดที่ว่าการอนุรักษ์ ต้องไม่มีคน? ทำไมเราไม่อนุรักษ์ควบคู่ไปกับการอยู่ดีมีสุขของคนร่วมชาติ และทำไมอำนาจในการจัดการป่าต้องอยู่ที่รัฐฝ่ายเดียว?