เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 นายเทอดธนัท สีเขียว อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เปรียบรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” เป็นเรือเหล็กลำใหญ่ ไม่ใช่เรือแป๊ะที่ทำด้วยไม้นั้น พอจะมองเห็นภาพถึงความแข็งแกร่ง ทนทานของเหล็ก รวมทั้งการเป็นสนิม ตนตั้งข้อสังเกต ว่า เรือเหล็กที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นกัปตัน น่าจะแล่นไปไม่ถึงเป้าหมาย เพราะนอกจากกัปตันขาดภาวะผู้นำที่ดีแล้ว ลูกเรือที่มาจากทุกสารทิศก็เอาแต่แย่งกันกิน จนเรือโครงเครง ซ้ำยังไม่เกรงใจกัปตันเท่าที่ควร

นายเทอดธนัท กล่าวอีกว่า ข้อดีของเหล็ก คือ ความแข็งแกร่ง คงทน แต่ก็ขออย่าให้กัปตันคนนี้ คงทนหรือทนทานต่อความละอายใจในการใช้อำนาจเหมือนกับเมื่อครั้ง เป็นกัปตันเรือแป๊ะ ใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อขาดซึ่งหลักนิติธรรม สร้างปัญหามาจนถึงปัจจุบันและต่อเนื่องไปถึงอนาคต ส่วนข้อเสียคือการเกิดสนิมเนื้อในนั้นก็เห็นด้วย เพราะเป็นธรรมชาติของเหล็ก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ นายวิษณุ ไม่ได้คิดถึงและไม่ได้พูดก็คือ เรือที่ทำด้วยเหล็ก มีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้ง่ายๆ เพราะเหล็กเป็นตัวนำหรือตัวล่อไฟฟ้าชั้นดี เปรียบได้กับการสืบทอดอำนาจ คสช.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ วางกลไกเครือข่ายต่างๆ ไว้พร้อมสรรพ มีรัฐธรรมนูญเป็นกำแพงป้องกัน ได้สร้างปัญหาความไม่ชอบธรรมไว้มากมายตลอด 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งไม่มีหลักประกันว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และทำให้ประชาชนมีเงินทองใช้จ่ายไม่เป็นหนี้เป็นสินขึ้นมาได้

“ทั้งกัปตันและลูกเรือหลายคนมีคดีทุจริต มีข้อครหาทางด้านจริยธรรม ไม่มีความรู้ความสามารถ ทำให้รัฐนาวาลำนี้ ไม่ต่างไปจากเรือเหล็กขี้กะโล้โท้ หรือเป็นแค่ “เศษเหล็ก” เอาเรื่องเอาราวไม่ได้ แล่นโคลงเคลงไปมาเป็นที่น่าหวาดเสียว อาจถูกฟ้าผ่า หรือไม่ก็คนในเรือทะเลาะทุบตีกันเอง ทำให้เรือล่มแล้วจมลงใต้น้ำก่อนจะเทียบท่า” นายเทอดธนัท กล่าว