นางสาวณัฐพร ศรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่า “ทิศทางการค้าโลกในระยะที่เหลือของปีนี้ แาจจะถูกกดดันจากการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวงเงินที่เหลืออีก 3.25 แสนล้านดอลลาร์ฯ ทำให้มีการปรับลดประมาณการจองการส่งออกในปีนี้ลงมาที่ 0% จากเดิมที่ 3.2% ซึ่งต้องติดตามผลการประชุม G20 และการหาทางออกของเกมการเมืองของทั้งสองประเทศ รวมถึงสถานะการณ์การแข็งค่าของเงินบาท แต่ทั้งนี้หากมีสัญญาณบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนมากขึ้น การส่งออกยังมีโอกาสโตในแดนบวก ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ตัวเลขจีดีพีเอียงเย้าหากรอบบนของช่วงประมาณการใหม่ที่ 2.9-3.3% ได้

ศูนย์วิจัยกสิการไทย

ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดวว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะปรับตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก จากผลของฐานแระมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับพี่พรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง อาทิ นโยบายประชารัฐ ประกันรายได้พืชผลการเกษตร รวมถึงนโยบายเร่งด่วนเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกด้วยแบะแรงกระตุ้นเหล่านี้น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากความล่าช้าของงบประมาณประจำปี 2563

ศูนย์วิจัยกสิการไทย

ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ย การประชุม กนง. น่าจะยังคงนโยบายไว้ที่ 1.75% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีอยู่มากและขนาดที่คาดว่าเฟดอาจจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อีกราว 1-2 ครั้งในปีนี้ หลังสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง ด้านสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยนั้นมองว่าตัวเลขทั้งปีนี้น่าจะเติบโตที่ 4.5% ซึ่งลดลงจากประมาณากรเดิมทีท 5% จะถูกถ่วงจากสินเชื่อภาคธุรกิจที่เติบโตช้าตามบรรยากาศเศรษฐกิจ รวมถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในข่วงที่เหลือของปีที่จะทยอยรับผลกระทบจากการเร่งซื้อบ่วงหน้าไปแล้วมาตรการ LTV ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ NPL แม้จะมีโอกาสปรับขึ้นในช่วงระหว่างปีโดยเฉพาะจากหนี้ที่เคยปรับโครงสร้างไปแล้ว (Re-Entry) ก็น่าจะรักษาระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารแต่ละแห่ง.