วันอังคาร​ที่ 18 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​

ได้ร่วมกันทำการจับกุม นายธนวัฒน์ สมพรสุขสวัสดิ์ หรือ รวย รางหวาย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/2 ม.5 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองที่ 111/2558 ลงวันที่ 16 มิ.ย.58 ข้อหา “ปล้นทรัพย์ รับของโจร” และ หมายจับศาลจังหวัดจังหวัดสุพรรณบุรี​ ที่ จ.83/2560 ลงวันที่ 21 มี.ค.60 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” โดยจับสามารถจับกุมตัวผู้​ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 44/8 หมู่ 8 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก นายธนวัฒน์ หรือ ฉายารวย​ รางหวาย ผู้ต้องหารายนี้ มีพฤติกรรมตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์ ออกตระเวนก่อคดีโจรกรรมรถยนต์ชาวบ้านในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัด​อ่างทอง จำนวนหลายครั้ง รวมถึงมีพฤติกรรมเป็นพ่อค้ารถเถื่อนรับซื้อรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากมิจฉาชีพต่างๆ​

เพื่อนำไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2556 นายธนวัฒน์ฯ ได้ถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์ฯ หรือรับของโจรฯ ในพื้นที่ สภ.เมืองอ่างทอง เนื่องจากในคดีดังกล่าวทางชุดจับกุมสืบทราบว่า นายธนวัฒน์​ฯ ได้เป็นผู้รับซื้อรถที่ถูกโจรกรรมจากแก๊งลักรถขบวนการหนึ่งที่มักมีพฤติการณ์ก่อเหตุลงมือกับเหยื่อด้วยการเข้าไปทำทีติดต่อขอซื้อรถกับผู้เสียหายที่มีการโพสต์ประกาศขายรถตามเว็บไซต์ต่างๆ จากนั้นก็จะทำทีชักชวนดื่มสุรา​ แล้วนำยาสลบใส่ลงในแก้วเหล้าหรือน้ำให้ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถดื่มจนหมดสติ ก่อนจะรีบลงมือชิงทรัพย์เอารถยนต์ และทรัพย์สินของเหยื่อหนีไป

พ.ต.อ.แมน กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนายธนวัฒน์ฯ ถูกจับกุมในคดีดังกล่าวก็ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล เมื่อได้รับการประกันตัวออกมาจึงได้หลบหนีไม่มารายงานตัวตามนัดศาล​ จนกระทั่ง​มีการออกหมายจับในภายหลังเมื่อปี 2558 ทั้งนี้ระหว่างที่กำลังหลบหนีคดีดังกล่าว นายธนวัฒน์ฯ ก็ได้ไปก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ของชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จนมีการออกหมายจับเพิ่มเติมตามมาในภายหลัง

อย่างไรก็ตามภายหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองปราบฯ​ ทราบเรื่องก็ได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสคนร้ายรายนี้เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม จนกระทั่งสืบทราบว่านายธนวัฒน์ฯ ปัจจุบันได้หนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวจริงในคดีปล้นทรัพย์​ และรับของโจร ที่ จ.อ่างทอง แต่ขอให้การปฏิเสธว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมรถยนต์ชาวบ้านในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้นำตัวส่งศาลจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง