ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เป็นเจ้าถาพเชิญพรรคร่วม 7 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (พท. ) พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคเพื่อชาติ (พช.) พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) และพรรคพลังปวงชนไทย พรรคละ 5 คน พบปะ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขอบคุณในความร่วมมือในการประชุมรัฐสภาในช่วงที่ผ่านมา และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันของ 7 พรรคการเมือง

โดย นายภูมิธรรม กล่าวตอนหนึ่งว่า การหารือในวันนี้เป็นการหารือถึงการทำงานที่ผ่านมาตั้งแต่การเลือกประธานสภา ตั้งแต่วันนั้นเราไม่ได้มีการคุยกัน เราจึงจะหารือกันถึงการทำงานใสภา การจัดระบบวิป และทิศทางการทำงานในสภาหลังจากนี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า 7 พรรคยังยืนข้างประชาธิปไตย เรายังมีพันธสัญญาที่จะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา และยืนยันว่าไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด นอกจากนี้ เราอยากเห็นรัฐบาลตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน โดยการทำงานของ 7 พรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่การชวนใครลงถนน แต่เป็นการประสานไปยังประชาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเป้าหมาย และวิธีการทำงานของทั้ง 7 พรรค

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เวลานี้คือผู้ที่เสียหายมากที่สุด เพราะคะแนนดิบที่นำมาคำนวนส.ส.พึงมีตามรัฐธรรมนูญ เราต้องได้ส.ส.ถึง 89 คน แต่สุดท้ายโดนตัดเหลือเพียง 81 คน ซึ่งเราได้ดำเนินการยื่นคำร้องไปยัง 2 ช่องทาง คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินการ 3 เดือน และ กกต. ซึ่งตั้งแต่ยื่นไปเรื่องก็เงียบกริบ

ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่าทางพรรคอนาคตใหม่ได้ไปร้องใน 2 ช่องทางแล้ว ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า 2 หน่วยงานนี้จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะจะเป็นการส่งความเห็นที่โต้แย้งกับความเห็นของเขาเอง ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้หารือ และคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ศาล หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องวินิจฉัยในเรืองนี้อย่างไร ซึ่งเราได้มีการประชุมฝ่ายกฎหมายหารือกันว่า ขณะนี้เรามีส.ส.รับรองเรียบร้อย ซึ่งมีบทบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อถึงประธานสภา ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ว่าคุณสมบัติของบุคคล หรือสมาชิกคนหนึ่งคนใดไม่มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งสูตรคิดของเรา และกกต.ต่างกัน เราคิดว่า พรรคเล็กที่กกต.ประกาศผลออกอมานั้นไม่มีคุณสมบัติจะเป็นส.ส.ได้

“จึงอยากให้พรรคอนาคตไม่ต้องไปพึ่งองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานอื่นๆเพราะเรามีส.ส.อยู่ในมือ สามารถเข้าชื่อ และยื่นต่อประธานสภาได้ ซึ่งประธานสภาจะต้องส่งเรื่องไปตรามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่า การที่กกต.ประกาศ 10 กว่าพรรคเล็กไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นส.ส.ตั้งแต่แรก เราน่าจะลองในช่องทางนี้ดู” นายชูศักดิ์ กล่าว