เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายอนันต์ บูรณ์ชะนะ บิดา และ นางสอง บูรณ์ชะนะ มารดา ของนายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ ผู้เสียชีวิต พร้อมครอบครัวได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เพื่อยื่นหนังสือ ขอให้ช่วยเร่งรัดจับกุมคนร้ายโดยเร็วในคดียิงเด็ก ม.4 เสียชีวิต

นางสอง เปิดเผยว่า ตนมีลูกทั้งหมด 6 คน นายธีรวัฒน์ เป็นบุตรคนที่ 3 เหตุการดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน เข้ามายิงที่ศรีษะของลูกตนโดยยิงผ่านหมวกกันน็อก โดยที่ลูกของตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนเลย ลูกของตนไปเป็นเพื่อนนายรัชพล ผู้ที่มีปัญหากับกลุ่มคนร้ายเท่านั้น เพื่อที่จะนำเบ็ดตกปลาที่บ้านนายรัชพล เนื่องจากพี่สาวของนายรัชพลโทรตามให้กลับบ้านเพื่อมาเคลียร์ปัญหา และก็ได้ทำการคุยตกลงกันเสร็จสิ้น จากนั้นได้แยกย้ายกัน ระหว่างนั้นพบกลุ่มคนร้ายดักอยู่และได้ใช้อาวุธปืนยิงที่นายรัชพลบาดเจ็บ จากนั้น นายรัชพลได้บอกในลูกของตนหนีไปแต่คนร้ายกลับยิงผ่านหมวกกันน็อคเข้าที่ศีรษะของลูกชายของตน ทั้งนงที่ไม่มีปัญหากันมากก่อน

นางสอง กล่าวว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่มจับตัวคนร้ายได้ 2 ราย คือนายปัญญา นายยงค์ ส่วนนายธีรยุทธิ์ (มือปืน) ยังคงหลบหนีอยู่ แต่เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหามาแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการแจ้งให้ทางครอบครัวตนทราบจนกระทั่งคนร้ายทั้ง 2 ได้ประกันตัวไป ตนไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงไม่มีการแจ้งขั้นตอนใด ๆ นอกจากนี้ยังผู้มีอิทธิพลที่พยายามมีการประสานเพื่อจจะจ่ายเงินค่าเสียหายและต้องการให้จบคดี แต่ตนไม่ต้องการเช่นนั้นเพราะเงินไม่สามารถซื้อชีวิตลูกของตนได้

“ลูกคนนี้เราหวังกับคนมาก ๆ เมื่อก่อนกินข้าวกันจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ตอนนี้เหลือลูกอยู่ 5 คน ทั้ง 5 คนก็อยู่อย่างไม่มีความสุข จะกินข้าวพร้อมหน้าตนยังทำไม่ได้เลย ถ้าหากคดีในวันนี้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ก็จะทำการยื่นฎีกาคงเป็นหนทางสุดท้าย และตนอยากให้มีการโอนย้ายคดีจากสภ.หนองตรุดมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ” นางสองกล่าวทั้งน้ำตา

ด้านนายรัชพล เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ธันวาคม ตนได้ขับขี่จักรยานยนต์กลับมาจากไปขายน้ำยาง จากนั้นได้พบนางพวงภรรยาของนายธีรยุทธิ์ ขี่รถจักรยานยนต์ขี่กันปาดมากว่า 3 รอบ จนกระทั่งตนสามารถขับแซงมาถึงบ้านได้ ตนโมโหจึงได้ไปตัดฟ้าที่บ้านของพ่อตนที่บ้านของนายธีรยุทธิ์ต่อไฟใช้อยู่ จนทำให้เกิดความขัดแย้งกระทั่ง ฝ่ายผู้ต้องหากล่าวว่า “ ให้กลับเข้าต่อไฟก่อนเที่ยงมิฉะนั้นจะตายโหง” อีกสักพักไม่นายเพื่อนของนายธีรยุทธิ์ก็มาข่มขู่อีกครั้ง จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. ในวันเดียวกันนั้น พี่สาวได้โทรตามให้ตนมาคุยเพื่อนไกล่เกลี่ยให้จบ จากนั้นก็ได้ตกลงกันเสร็จสิ้น กระทั่งเวลา 23.00 น. ตนและผู้ตายได้ขี่จักรยานยนต์ แต่กลับถูกกลุ่มผู้ต้องหาดักยิงจนตนได้รับบาดเจ็บและนายธีรวัฒน์ได้เสียชีวิตในที่สุด
นายรัชพล เปิดเผยต่อว่า โดยหลังเกิดเหตุ พี่เขยของตนได้เข้าไปเพื่อที่จะช่วยเหลือ แต่เมือเปิดประตูลงไปได้บิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไปเฉี่ยวกระโปรงหน้ารถยนต์ นอกจากนี้ลูกชายของนายธีรยุทธ์มาข่มขูาลูกสาวตนซึ่งอยู่ ป.3 ในโรงเรียนเดียวกันจนบูกไม่สามารถไปโรงเรียนได้และได้ย้ายโรงเรียนในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการส่งคนมาเจรจาโดยบอกว่าให้รับเงิน 1 ล้านบาทเพื่อล้มคดี หากขึ้นศาลให้บอกไปว่าไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครเพราะมันมืด แต่ตนไม่ทำตาม

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่
ไม่มีการแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว และไม่มีการให้พยานเข้าชี้ตัวผู้ก่อเหตุในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นการเปิดช่องว่างให้กับกลุ่มผู้ต้องหาในการวิ่งเต้นและทำให้สำนวนคดีอ่อนในชั้นศาล อีกทั้งทางร้อยเวรไม่รับคดียิงรถที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากเกิดเหตุยิงนายธีรวัฒน์ ซึ่งเป็นความผิดอีก 1 คดี เป็นความฐานพยายามฆ่าและทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงให้ทางเจรตำรวจตั้งแฟ้มสืบสวนว่ามีนายตำรวจหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 รายให้ได้ภายใน 15 วัน

สำหรับคดีนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2561 มีคนร้ายจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายธีรยุทธิ์
สมสู่ อายุ 51 ปี นายปัญญา บุญคง อายุ 44 ปี ชาวจ.ตรัง และ นายยงค์ บัวนุ้ย อายุ 50 ปี ชาวจ.ตรัง ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะ นายธีรวัฒน์ บูรณ์ชะนะ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนตรังคริสเตียนศึกษา จ.ตรัง จนเสียชีวิตและ นายรัชพล กลับจิตร หรือละ อายุ 42 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย แต่สามารถจับกุมได้ 2 รายคือ นายปัญญา นายยงค์ สามารถจับกุมได้ในวันที่ 18 มกราคม 2562 จากนั้นได้รับการประกันตัวไปแล้วในชั้นศาล ทั้ง 2 คน เป็นเพื่อนของนายธีรยุทธิ์ ที่มาร่วมก่อเหตุด้วยในคืนดังกล่าว ส่วนนายธีรยุทธิ์ซึ่งเป็นมือปืนที่จ่อยิงศีรษะ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี